1. ข้อใดเป็นใจความสำคัญของข้อความต่อไปนี้
"ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล
จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนมี" |
| |
1. ต้องรู้จักวิธีแก้จน |
2. ไม่มีใครปรารถนาความจน |
| |
3. จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด |
4. จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ |
| |
|
|
| 2. ข้อใดเป็นการอ่านที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด |
| |
1. สุดาอ่านแล้วรู้ว่าเรื่องนี้มีที่มาจากไหน |
2. สุรีย์อ่านแล้วรู้ว่าตัวละครใดเป็นตัวเอก |
| |
3. สุภาอ่านแล้วรู้ว่าสาระสำคัญของเรื่องคืออะไร |
4. สุพจน์อ่านแล้วรู้ว่าตอนจบของเรื่องเป็นอย่างไร |
| |
|
|
3. ข้อใดแสดงเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของข้อความต่อไปนี้
"ขวานที่ไม่มีด้ามนำไปใช้ย่อมไร้พลัง คนไทยไม่เคยแบ่งข้างไทย แขก จีน ฝรั่งที่เกิดเองไทย ใต้ร่มโพธิสมภารพระเจ้าอยู่หัว พระราชินีทรงหวงใย ลูกเอยหลานเอยล้วนคนไทย มาสร้างฝันให้ขวานไทยใจหนึ่งเดียว" |
| |
1. ชี้ให้เห็นความสำคัญของแผ่นดินไทยทุกส่วน |
2. ย้ำให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ |
| |
3. กระตุ้นให้คนไทยมีความหวัง |
4. เตือนให้คนไทยรักสามัคคี |
| |
|
|
4. คำประพันธ์ต่อไปนี้สะท้อนลักษณะใดของผู้พูดมากที่สุด
"เมื่อเรามีบัญชาการกำหนดทัพ แล้วจะกลับงดอยู่อย่างไรได้
อายแก่ไพร่ฟ้าเสนาใน จะว่ากลัวฤทธิไกรไพริน" |
| |
1. ความกล้าหาญ |
2. ความเสียสละ |
| |
3. ความรับผิดชอบ |
4. ความรักศักดิ์ศรี |
| |
|
|
5. ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้
"บ้านเมืองลำบากยากเข็ญ หนุ่มสาวยังเล่นขายข้าวของ
บ้านเมืองเร่งหาปัญญาครอง หนุ่มสาวยังฉลองไม่เลิกรา
ขึ้นอุดมศึกษายังทารก โลกแข่งขันสกปรกไม่รอท่า
พวกกินเมืองย่อมยินดีปรีดา เมืองนี้นักศึกษาไม่ยอมโต" |
| |
1. ต้องการเห็นนักศึกษาเป็นปัญญาชนที่แท้จริง |
2. ต้องการให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของกิจกรรม |
| |
3. ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต |
4. ชี้ให้เห็นปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง |
| |
|
|
6. ข้อความต่อไปนี้ไม่ใช่สารประเภทใด
"รถเด่นของเบนซ์ที่ถือเป็นรถสร้างชื่อในขณะนี้คือ รถเบนซ์วีโต้ ใหม่แกะกล่อง ช่วงยาว เหมาะเป็นรถเอ็มพีวีสำหรับบุคควีไอพีและรถครอบครัวเพื่อพักผ่อนวันหยุด" |
| |
1. จูงใจ |
2. แจ้งข่าว |
| |
3. ให้ความรู้ |
4. แสดงความคิดเห็น |
| |
|
|
7. ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของคำประพันธ์ต่อไปนี้
"สื่อวิญญาณผ่านมือสู่เส้นไหม ถักเส้นใยแต่ละเส้นเป็นเนื้อผ้า
ตีนที่ใช้กระตุกกี่คือชีวา มือที่ใช้กระสวยวาดคือชีวิต" |
| |
1. ภูมิปัญญาไทยแสดงอยู่ในงานผ้า |
2. งานทอผ้าเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีคุณค่าสูงส่ง |
| |
3. งานแต่ละชั้นต้องทำอย่างทุ่มเททั้งกายและใจ |
4. ในการทอผ้า มือและเท้าต้องสัมพันธ์กัน |
| |
|
|
| 8. คำสอนในข้อใดนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียนได้มากที่สุด |
| |
1. อย่าลองคะนองตน ตามชอบ ทำนา |
2. อย่าระคนปนใกล้ เกลือกกลั้วขลาดเขลา |
| |
3. อย่าหย่อนวิริยะผล อย่างเกียจ |
4. จงพ่ออย่ายินยล แต่ตื้น |
| |
|
|
9. ข้อความต่อไปนี้ผู้เขียนต้องการโน้มน้าวใจผู้อ่านอย่างไร
"หากพวกเราทั้งหลายอยากให้ลูกหลานของเราเจริญเติบโตเป็นคนดี ที่มีความฉลาดมีความเพียร ก็จงหมั่นจัดหาหนังสือดี ๆ ให้พวกเขาอ่านกัน และร่วมสร้างกุศลจัดซื้อหนังสือบริจาคให้ห้องสมุด เพื่อลูกหลานของเราได้มีโอกาสอ่านเถอะ เพราะเด็กที่ฉลาดมีความเพียรย่อมส่งผลให้ประเทศชาติเจริญ" |
| |
1. การรักการอ่าน |
2. การบริจาคหนังสือ |
| |
3. การส่งเสริมให้เด็กฉลาด |
4. การพัฒนาประเทศด้วยการอ่าน |
| |
|
|
| 10. ข้อใดมีคำซ้ำที่แตกต่างจากข้ออื่น |
| |
1. นักเรียนช่วยกันเตรียมดินและขุดหลุมทีละหลุม ๆ |
| |
2. ก่อนที่จะนำกล้าไม้มาปลูกทีละต้น ๆ เพื่อให้เป็นร่มเงา |
| |
3. กว่าที่ต้นไม้จะเติบโตเราต้องพรวนดินรดน้ำทุกวัน ๆ |
| |
4. ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องจิตสำนึกในการรักสิ่งแวดล้อมทีละก้าว ๆ |
| |
|
|
| 11. คำว่า "จาก" ในข้อใดทำหน้าที่เป็นคำกริยา |
| |
1. ความอ้วนเกิดจากกินไขมันเยอะเกินไป |
| |
2. ไข่ถูกปลดลงจากบัญชีดำในอาหารสุขภาพ |
| |
3. ผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูงจากบ้านมานอนโรงพยาบาล |
| |
4. หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ป่วยเป็นโรคตับอักเสบอย่างหนัก |
| |
|
|
| 12. ข้อใดใช้สำนวนไม่ถูกต้อง |
| |
1. เธออย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บเลย ให้อภัยเขาดีกว่า |
| |
2. มีปัญหาขนาดนี้ เขาเลยต้องจับแพะชนแกะไปก่อน |
| |
3. ฉันเจอเรื่องแย่ ๆ ทั้งวันเลย พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริง ๆ |
| |
4. เขาทำบุญร่วมกันมาจึงได้อยู่ด้วยกัน ดังสำนวนว่ากรวดน้ำคว่ำขันกันเลยทีเดียว |
| |
|
|
| 13. ข้อใดใช้ภาษาในการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการต่างระดับจากข้ออื่น |
| |
1. ประเทศไม่ได้ต้องการนักเรียนเชื่อง ๆ ท่องจำสิ่งที่ครูอยากให้ท่องได้ทั้งหมด |
| |
2. ประเด็นนี้เป็นปัจจัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่บรรดาผู้ปกครองต้องนำมาพิจารณา |
| |
3. ดังนั้นแบบเรียนจึงเปลี่ยนไปตามผู้ปกครองที่ขึ้นมามีอำนาจและสถานการณ์บ้านเมือง |
| |
4. จุดยืนของนักปฏิรูปขณะนั้นคือสนับสนุนการเปิดประเทศและส่งเสริมการเรียนรู้จากตะวันตก |
| |
|
|
| 14. ข้อใดใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับงานเขียนทางวิชาการ |
| |
1. คนไทยให้ความสำคัญมากกับการตาย จึงทำให้มีพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการตายทุกระชั้น |
| |
2. ใครต่อใครก็ไม่ปรารถนาความตาย พวกเขามักเลี่ยงไปใช้คำอื่น ๆ ที่ดูสละสลวยกว่า |
| |
3. คำว่า หมดลม ไปดี สิ้นใจ วายชนม์ เสียชีวิต ต่างให้ความรู้สึกที่ไม่สะเทือนใจมากกว่าคำว่าตาย |
| |
4. คำว่า ตาย มีคำไวพจน์มาก ทั้งที่เป็นคำไทยคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตและคำยืมจากภาษาเขมร |
| |
|
|
| 15. สำนวนใดเป็นประโยคทั้งหมด |
| |
1. กิ้งก่าได้ทอง หมาหัวเน่า |
2. เส้นผมบังภูเขา กบในกะลา |
| |
3. น้ำซึมบ่อทราย ดอกพิกุลจะร่วง |
4. คนรักเท่าผืนหนัง เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน |
| |
|
|
| 16. ข้อใดไม่เป็นประโยคซ้อน |
| |
1. ไม่มีคนดูแลหญ้าที่ขึ้นรกในสวนหลังบ้าน |
| |
2. ต้นไม้ยืนต้นตายหลายต้นจะโค่นลงทั้งหมด |
| |
3. ไม้น้ำที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมสามารถนำมาเลี้ยงได้ |
| |
4. ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์แข่งกันออกดอกบานสะพรั่งไปทั่ว |
| |
|
|
| 17. ข้อใดใช้ภาษาได้เหมาะสมที่สุดในการประชุม |
| |
1. ผมทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวการส่งเสริมการขายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย |
| |
2. ผมอยากทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย |
| |
3. ผมต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย |
| |
4. ผมประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย |
| |
|
|
| 18. ข้อใดเป็นสารเพื่อแสดงทรรศนะ |
| |
1. แผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก |
| |
2. ข้าวหอมมะลิไทยที่ปลูกโดยชาวนาไทยนั้น เป็นข้าวที่อร่อยที่สุดในโลก |
| |
3. เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า คนไทยทั้งประเทศต่างเป็นหนี้บุญคุณของชาวนา |
| |
4. เราควรสำนึกถึงบุญคุณของชาวนา และควรส่งเสริมให้ชาวนามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น |
| |
|
|
| 19. ข้อใดไม่ใช่สารโน้มน้าวใจ |
| |
1. โอกาสคือสิ่งสำคัญในชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดและชีวิตที่เปลี่ยนแปลง |
| |
2. จากการใช้ธรรมชาติเยี่ยงทาส ยกสถานะธรรมชาติให้เป็นครู |
| |
3. ทางแก้เหตุวางกรอบไว้ชอบแล้ว อนาคตแน่วแน่ไม่ผายผัน |
| |
4. หากไม่มีข้ออ้าง ทางสู่ความสำเร็จก็เป็นไปได้ |
| |
|
|
20. "ช้างยกขาให้ควานเหยียบขึ้นนั่งบนคอ ตัวมันสูงใหญ่ ใบหูไหวพะเยิบ หญิงบนเรือนลงบันไดมาข้างล่าง เธอชูแขนยื่นผ้าขาวม้าและข้าวห่อใบตองขึ้นไปให้เขา" |
| |
1. สาธกโวหาร |
2. อุปมาโวหาร |
| |
3. บรรยายโวหาร |
4. พรรณนาโวหาร |
| |
|
|
| 21. ข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ |
| |
1. บ้านเรือน พ่อแม่ ลูกหลาน |
2. ขาดเหลือ บ้านนอก อ้วนพี |
| |
3. ห่อหมก ชั่วดี บ้านพัก |
4. กล้วยไม้ เสื้อคลุม แผ่นเสียง |
| |
|
|
22. ข้อความต่อไปนี้มีคำซ้อนกี่คำ
"การระเบิดของภูเขาไฟทำให้หินร้อนจากใต้พิภพดันตัวขึ้นมาเหนือพื้นโลก ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าทำลายบ้านเมืองและชีวิต ท้องทะเลปั่นป่วน ท้องฟ้ามืดมิด ทำให้ผู้คนหวาดกลัวคิกว่าโลกจะแตก" |
| |
1. 4 คำ |
2. 5 คำ |
| |
3. 6 คำ |
4. 7 คำ |
| |
|
|
| 23. ข้อใดไม่มีคำสมาส |
| |
1. ในลักษณ์นั้นว่าปัจจามิตร มาตั้งติดดาหากรุงใหญ่ |
| |
2. ผงคลีมืดคลุ้มโพยมบน บดบังสุริยนในท้องฟ้า |
| |
3. ตรัสขาดว่าราชบุตรี จรกาธิบดีมาขานกล่าว |
| |
4. เกียรติยศจะไว้ในธรณินทร์ จนสิ้นสุดดินแดนแผ่นฟ้า |
| |
|
| 24. ข้อใดเป็นประโยคสมบูรณ์ |
| |
1. ภาษาพัฒนามาตลอดเวลา |
2. ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา |
| |
3. เด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวคนนั้น |
4. ทะเลสาบข้างหมู่บ้านเจ้าพระยา |
| |
|
|
| 25. ข้อใดไม่ใช่ประโยครวม |
| |
1. พอฝนจะตกเราก็รีบกลับบ้านทันที |
2. คนไทยรักสงบแต่ยามรบก็ไม่ขลาด |
| |
3. ใคร ๆ ก็รู้ว่าแถวสีลมอากาศเป็นพิษ |
4. ประชาชนไม่ใช้สะพานลอยตำรวจจึงต้องตักเตือน |
| |
|
|
| 26. ข้อใดเป็นประโยคคำถาม |
| |
1. อะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้น |
2. เธอนั่นเองนึกว่าใครเสียอีก |
| |
3. ทำไมไม่อ่านคำสั่งให้ดีเสียก่อน |
4. เมื่อไรเขาจะมาก็ไม่รู้ |
| |
|
|
| 27. ข้อใดไม่แสดงภาพความขัดแย้ง |
| |
1. ดาวรุ่งพุ่งดักปักกิ่ง |
2. สูงโย่งโก่งก่ำต่ำต้อย |
| |
3. หวานเย็นเป็นขมผสมคอย |
4. สอดสร้อยร้อยปักถักทอ |
| |
|
|
| 28. ข้อใดใช้ภาพพจน์มากกว่าหนึ่งชนิด |
| |
1. ตายระดับทับกันดังฟอนฟาง เลือดนองท้องช้างเหลวไหล |
2. ดังหับดับหิ่งห้อย เหือดแห้งแสงหาย |
| |
3. เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา |
4. ปัญญาค่าเปรียบแก้ว ก่องเก็จ |
| |
|
|
29. จากคำประพันธ์ต่อไปนี้ ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นบุคลิกภาพของผู้พูด
พระพี่พระผู้ผ่าน ภพอุต ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้
เชิญราชร่วมคชยุทธ์ เผยอเกียรติ ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้ สุดสิ้นฤๅมี |
| |
1. กล้าหาญ |
2. เจ้าโวหาร |
| |
3. สุภาพ |
4. ถ่อมตน |
| |
|
|
| 30. ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงอาวุธในการต่อสู้ |
| |
1. พวกพลพาชีตีกระทบ รำทวนสวนประจบโถมแทง |
| |
2. นายกองแกว่งดาบวาบวับ ต่างขับพลวิ่งเข้าชิงชัย |
| |
3. โรมรุกบุกไปแต่ลำพัง ไล่หลังพวกพลเข้ารณรงค์ |
| |
4. บ้างเป่าชุดจุดยิงปืนใหญ่ ฉัตรชัยมณฑกนกสับ |
| |
|
|
31. คำประพันธ์ต่อไปนี้แสดงนัยอารมณ์ใดของตัวละคร
อันชายประกาศวะระประทาน ประดิพัทธะแด่หญิง
หญิงควรจะเปรมกะมะละยิ่ง ผิวะจิตตะตอบรัก
แต่หากฤดี บ อะภิรมย์ จะเฉลยฉะนั้นจัก
เป็นปดและลวงบุรุษรัก ก็จะหลงละเลิงไป |
| |
1. พึงพอใจ |
2. อึดอัดใจ |
| |
3. ปฏิเสธ |
4. ตอบสนอง |
| |
|
|
32. "เมื่อไร่หนอ พวกหนุ่ม ๆ ของเราจะเข้าใจได้บ้างว่า การเป็นชาวนา ชาวสวนหรือคนทำงานการอื่นๆ นั้น ก็มีเกียรติเท่ากับผู้ที่จะเป็นผู้ทำงานด้วยปากกาเหมือนกัน เมื่อไหร่จึงจะบังเกิดความรู้สึกเกียรติยศแห่งการงานอื่นๆ นอกจากงานที่ทำด้วยปากกา หรือพิมพ์ดีด"
ข้อความในเรื่อง โคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียน ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายจะสื่อสาระตามข้อใด |
| |
1. ทุกคนมีเกียรติยศเสมอกัน |
2. ทุกอาชีพมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน |
| |
3. พวกหนุ่ม ๆ ต้องการคำแนะนำ |
4. ชาวนาชาวสวนเป็นแบบอย่างที่ดี |
| |
|
|
33. คำประพันธ์ต่อไปนี้สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครตามข้อใด
"นางก็เสด็จครรไลล่วงตำบล เที่ยวค้นหาพระลูกตามลำเนาเนินป่า ทุกสุมทุมพุ่มไม้พฤกษาสูง ยูงยางใหญ่ไพรระหง พนัสแดนดงเย็นยะเยือกเงียบสงัดเหงา ได้ยินแต่เสียงดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ พระกรรณเธอสังเกตว่าสองดรุณเยาวเรศร้องขานอยู่แว่ว ๆ " |
| |
1. วังเวง |
2. ว้าเหว่ |
| |
3. หวาดหวั่น |
4. วุ่นวาย |
| |
|
|
34. "มะทะนาชะเจ้าเล่ห์ ชิชิช่างจำนรรจา,
ตะละคำอุวาทา ฤ กระบิดกระบวนความ.
ดนุถามก็เจ้าไซร้ บ มิตอบ ณ คำถาม,
วนิดาพยายาม กะละเล่นสำนวนหวน"
"กระบิดกระบวนความ" ในบทประพันธ์ข้างต้น มีความหมายว่าอย่างไร |
| |
1. พูดจาต่อล้อต่อเถียง |
2. พูดไม่ตรงกับความคิด |
| |
3. ไม่ยอมพูดโต้ตอบแต่อย่างใด |
4. พูดจาลดเลี้ยวอย่างมีชั้นเชิง |
| |
|
|
35. ข้อใดไม่ใช่จุดเด่นของคำประพันธ์ต่อไปนี้
"อันว่าโกสุมสโรชก็โรยรายร่วงรสเรณูนวลผกาเกสร หมู่แมลงมาศภมรก็มัวเมาเอาชาติละองงงอันละเอียด
เสียดแทรกไซร้เสาวคนธ์ขจร หึ่งหึ่งบินวะว่อนร่อนร้องอยู่โดยรอบขอบจตุรสระศรี" |
| |
1. การสรรคำ |
2. ภาพชัดเจน |
| |
3. เสียงไพเราะ |
4. เนื้อความลึกซึ้ง |
| |
|
|
| 36. เนื้อความในข้อใดไม่ใช่การถาม |
| |
1. อ้อ จิตระรถเจ้าไป ตามที่กูใช้ สำเร็จประสงค์ฤาหวา |
| |
2. ไปถึงซึ่งแคว้นแดนใด ข้าบาทก็ได้ วาดรูปอนงค์งามงอน |
| |
3. หากเราจะขอให้ท่าน ช่วยเปลื้องรำคาญ จะได้ละหรือว่ามา |
| |
4. ท่านมีเวทมนตร์คาถา อาจดลหัทยา ใครใครได้หมดฤาไฉน |
| |
|
|
37. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นที่สุดของคำประพันธ์ต่อไปนี้
โลกนี้มิได้อยู่ ด้วยมณี เดียวนา
ทรายและสิ่งอื่นมี ส่วนสร้าง
ปวงธาตุต่ำกลางดี ดุลยภาพ
ภาคจักรพาลมิร้าง เพราะน้ำแรงไหน |
| |
1. โวหารโลดโผน |
2. ความหมายลึกซึ้งชวนให้คิด |
| |
3. การสรรคำสื่อภาพได้ชัดเจน |
4. เสียงสัมผัสสระและพยัญชนะที่ไพเราะ |
| |
|
|
| 38. ข้อใดไม่แสดงจินตภาพการเคลื่อนไหว |
| |
1. อุกคลุกพลุกเงยงัด คอคช เศิกแฮ |
2. บัดราชฟาดแสงพล พ่ายฟ้อน |
| |
3. สารทรงราชรามัญ ลงล่าง แลนา |
4. หน่อนเรนทรทิศ ตกด้าว |
| |
|
|
| 39. ลิลิต คือคำประพันธ์ประเภทใด |
| |
1. คำประพันธ์ที่แต่งให้กาพย์และโคลงสลับกัน |
2. คำประพันธ์ที่แต่งให้กลอนและกาพย์สลับกัน |
| |
3. คำประพันธ์ที่แต่งให้กาพย์และกลอนสลับกัน |
4. คำประพันที่แต่งให้ร่ายและโคลงสลับกัน |
| |
|
|
| 40. "เข้าเถื่อนเจ้าลืมพร้า ได้หน้าแล้วลืมหลังไม่แลเหลียว" พระเวสสันดรตำหนิพระนางมัทรีประเด็นใด |
| |
1. ความไม่รอบคอบ |
2. ความไม่ซื่อสัตย์ |
| |
3. ความไม่รู้จักกาลเทศะ |
4. ความไม่ประมาทตน |