<< Go Back

แบบทดสอบหลังเรียน

1. ข้อใดหมายถึงลักษณะของโครงเรื่องทางวรรณกรรม
  1. กาลสมัยและฉากของเรื่อง 2. การลำดับทิศทางของเรื่อง
  3. เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ 4. การเกิดเหตุการณ์ในเรื่อง
  5. ความขัดแย้งของตัวละคร  
 
2. จุดประสงค์ของการพิจารณาภาษาวรรณคดีคือข้อใด
  1. บอกชื่อเรื่องได้ 2. อธิบายลักษณะภาษาในเรื่องได้
  3. ค้นหาความรู้เพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่าง 4. สามารถช่วยให้เรียนวรรณคดีได้อย่างเข้าใจ
  5. พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษาวรรณคดีได้  
   
3. แคว้นวัชชีใช้ธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าข้อใด ในการปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข
  1. มรรค 8 2. พรหมวิหาร 4
  3. สามัคคีธรรม 4. อปริหานิยธรรม
  5. ฆราวาสธรรม  
   
4. คุณลักษณะที่ดีของวัสสการพราหมณ์ตรงกับข้อใด
  1. แค้นนี้ต้องชำระ 2. น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
  3. เสียชีพอย่าเสียสัตย์ 4. ปัญญามีอานุภาพกว่ากำลัง
  5. ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก  
   
5. จุดมุ่งหมายในการแต่งมัทนะพาธาคือสิ่งใด
  1. ให้จริงใจต่อคนรัก 2. ให้อภัยและเสียสละต่อกัน
  3. ชี้ให้เห็นโทษของความรัก 4. ให้ซื่อตรงมั่นคงต่อความรัก
  5. ให้ใช้ความรักเพื่อความอยู่รอด  
   
6. ข้อใดคือฉากหรือสถานที่กำหนดให้ดำเนินเรื่องมัทนะพาธา
  1. เชิงป่าหิมพานต์ 2. ดินแดนบนสวรรค์
  3. ชนบทของอินเดีย 4. ป่าเหนือเมื่อดอกไม้บาน
  5. ดินแดนในจินตนาการของกวี  
 
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 7 – 9
                                      ไม้เรียกผะกากุพ                     ชะกะสีอรุณแสง
                                      ปานแก้มแฉล้มแดง                ดรุณี ณ ยามอาย
                                      ดอกใหญ่และเกสร                 สุวคนธะมากมาย
                                      อยู่ทน บ วางวาย                     มธุรสขจรไกล
                                      อีกทั้งสะพรั่งหนาม                ดุจเข็มประดับไว้
                                      ผึ้งเขียวสิบินไขว่                    บ่มิใคร่จะห่างเหิน
7. คำฉันท์ข้างต้นใช้โวหารในการเขียนชนิดใด
  1. อธิบาย 2. บรรยาย
  3. พรรณนา 4. สาธก
  5. อุปมา  
     
8. คุณสมบัติใดไม่ได้กล่าวถึง
  1. รูป 2. สี
  3. กลิ่น 4. รส
  5. การเคลื่อนไหว  
     
9. คำฉันท์ในข้อใดมีพยางค์ และครุ ลหุ ต่างจากฉันท์ข้างต้น
  1. ถ้าหากจะแลเหลียว ก็มิพบยุพาพาน 2. ปูปลาจะคลาไคล แวะและเล็มตะไคร่เขียว
  3. สาหร่ายก็ชูช่อ ดุจะล้ออรุณเชียว 4. บุ่งข้าวเขียวขจี สีสดชื่อระรื่นลมไหว
  5. ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้  
 
10. ข้อใดไม่ได้สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 6
  1. ในเวลาที่กลับจากออฟฟิศแล้ว ก็ต้องสวมกางเกงแพรจีนด้วยและต้องไปดูหนังอีกอาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
  2. พ่อเสมียนยังอุตส่าห์จำหน่ายทรัพย์ได้ต่างๆ เช่น นุ่งผ้าม่วงสี ใส่เสื้อขาว สวมหมวกสักหลาด
  3. ถึงแม้พวกหนุ่มๆ นั้นจะมีความคิดเห็นว่าตัวสำคัญปานใด ก็คงจะต้องฟังความเห็นของผู้อื่น
  4. ครั้นเมื่อเงินเดือนขึ้นเป็นเดือนละ 20 บาท เขาก็คิดอ่านแต่งงานทีเดียว
  5. ถ้าเรายังแสดงความเห็นโดยประการต่างๆ ว่าเสมียนเป็นบุคคลชั้นสูงชาวสวนชาวนาหรือ พ่อค้าอยู่ตราบใด
     
11. ลิลิตตะเลงพ่าย ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร
  1. ทรงสักการะบูชาบรรพบุรุษ
  2. ทรงสถาปนางานประพันธ์ของไทย
  3. พระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพนฯ
  4. สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  5. เพื่อแสดงความสามารถของกวี ในการใช้คำประพันธ์หลายชนิด
     
12. สงครามยุทธหัตถี หมายถึงข้อใด
  1. การรบด้วยหอก ดาบ 2. การรบของคนสมัยก่อน
  3. การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย 4. การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง
  5. การต่อสู้ที่ต้องใช้อาวุธสู้กันแบบตัวต่อตัว  
     
13. ความในข้อใดแสดงถึงการสู้รบกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
  1. พวกพลทัพรามัญ     เห็นไทยผันหนีหน้า     ไป่หยุดยั้งช้า    ตื่นต้อนแตกฉาน น่านนา
  2. ว่องต่อว่องชิงชัย     ไวต่อไวชิงชนะ     ม้าไทยพะม้ามอญ     ต่างเข้ารอนเข้าโรม
  3. ธก็ไสสองสารทรง     ตรงเข้าถีบเข้าแทง     ด้วยแรงมันแรงกาย     หงายงาเสยสารเศิก
  4. ธุมาการเกิดกระลบ     อบอลเวงฟากฟ้า     ดูบ่รู้จักหน้า     หนึ่งสิ้นแสงไถง แลนา
  5. อุกคลุกพุกเงยงัด     คอคช เศิกแฮ     เบนบ่ายหงายแหงนให้     ท่วงท้อทีถอย
 
14. สมเด็จพระวันรัตใช้กลวิธีการโน้มน้าวจิตใจอย่างไร จึงทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชทานอภัยโทษประหารชีวิตแก่แม่ทัพนายกอง
  1. พูดโน้มน้าวให้เห็นโทษของการสั่งประหารชีวิต 2. พูดโน้มน้าวให้เห็นจริงตามกระบวนการของเหตุผล
  3. พูดโน้มน้าวให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย 4. พูดโน้มน้าวให้เห็นความน่าเชื่อถือของบุคคลที่พูด
  5. พูดโน้มน้าวใจให้เชื่อถือโดยใช้ข้อแลกเปลี่ยน  
     
15. ลิลิตตะเลงพ่ายมีเนื้อหาบางตอนที่แสดงให้เห็นความสำคัญของจิตวิทยาและวาทศิลป์ของผู้นำ ดังจะเห็นได้ข้อใด
  1. การกำหนดเส้นทางการเดินทัพ
  2. วางแผนจำนวนไพร่พลในกองทัพ
  3. การลดหย่อนผ่อนโทษให้แก่บรรดาแม่ทัพนายกอง
  4. การปรึกษาหารือกับแม่ทัพนายกองก่อนทำสงคราม
  5. การกล่าวเชิญพระมหาอุปราชาให้เสด็จออกมาทำศึกยุทธหัตถี
     
16. "อย่าเกียจแก่คนไข้ คนเข็ญใจขาดในทาง" สอนให้แพทย์มีจิตใจอย่างไร
  1. มีอุเบกขา 2. มีเมตตา
  3. มีกรุณา 4. มีอหิงสา
  5. มีหิริโอตัปปะ  
     
17. เมื่อแพทย์สู้โรคไม่ได้ ไม่สามารถรักษาคนไข้ให้หายได้นั้นคติไทยลงความเห็นว่าเป็นเพราะอะไร
  1. ผิดผี 2. เสียผี
  3. หมดฝีมือ 4. แรงกรรม
  5. เคราะห์ซ้ำกรรมซัด  
 
18. ข้อใดไม่ใช่ "โวหารการหึง" ของพระเวสสันดร
  1. ทั้งฤๅษีสิทธิ์วิทยาธรคนธรรพเทพรักษ์ผู้มีพักตร์อันเจริญ เห็นแล้วก็น่าเพลิดเพลินไม่เมินได้
  2. เออก็เมื่อเช้าเจ้าจะเข้าป่าน่าสงสารปานประหนึ่งว่าจะไปมิได้ ทำร้องไห้ฝากลูกมิรู้แล้ว ครั้นคลาดแคล้วเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ดง
    ปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัว
  3. นอกกว่านั้นที่แน่นอนคือนางไหนอันสนิทชิดใช้แต่ก่อนกาล ยังจะติดตามพระราชสมภารมา บ้างละหรือ
  4. อุปมาเสมือนหนึ่งภุมรินบินวะว่อน เที่ยวซับซาบเอาเกสร สุคนธมาเลศ พบดอกไม้วิเศษต้อง ประสงค์หลงเคล้าคลึงรสจนลืมรัง
  5. ขออนุโมทนาด้วยปิยบุตรทานบารมี ขอให้น้ำพระหฤทัยพระองค์จงผ่องแผ้วอย่ามี มัจฉริยธรรมอกุศล
     
19. ข้อใดไม่มีการใช้ภาพพจน์
  1. ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกหนแห่ง ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด
  2. พอประจวบจวนพญาพาฬมฤคราช สะดุ้งพระทัยไหวหวาดวะหวีดวิ่งวนแวะเข้าข้างทาง พระทรวงนางสั่นระรัวริกเต้นดั่งตีปลา
  3. พระนัยเนตรทั้งสองข้างไม่ขาดสายพระอัสสุชล พลางพิศดูผลาผลในกลางไพร ที่นางเคยได้ อาศัยทรงสอยอยู่เป็นนิตย์ผิดสังเกต
  4. ประหลาดแล้วแลไม่เห็นก็ใจหาย ดั่งว่าชีวิตนางจะวางวายลงทันที จึ่งตรัสเรียกว่า แก้วกัณหา พ่อชาลีของแม่เอ่ย
  5. ท้าวเธอจึงตรัสประภาษว่าดูกรเจ้ามัทรี อันสองกุมารนี้พี่ให้เป็นทานแก่พราหมณ์แต่วันวานนี้แล้ว
     
20. "พระพุทธเจ้าข้าอันสองกุมารนี้ เกล้ากระหม่อมฉานได้อุตสาหะถนอม ย่อมพยาบาลบำรุงมาขอถวายอนุโมทนาด้วยปิยบุตรทานบารมี"
ข้อความนี้สะท้อนอุปนิสัยใดของผู้พูดมากที่สุด?
  1. ทะนุถนอม 2. สุขุมรอบคอบ
  3. เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น 4. วิตกกังวล
  5. เข้มแข็งอดทน  

<< Go Back