1. " อันความดีประดุจดังดอกไม้หอม หมู่ผีเสื้อดมดอมเพราะหอมนั้น
อันความชั่วไม่มีใครอยากใกล้กัน ต่างก็หันหน้าหนีกลัวมีภัย "
ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไรเป็นสำคัญ |
| |
1. ดอกไม้หอม |
2. ความกลัว |
| |
3. ความดี |
4. ความไม่ดี |
| |
5. ทั้งความดีและความไม่ดี |
|
| |
2. "อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถ้อยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราน
ข้อใดสรุปคำประพันธ์ข้างต้นได้ดีที่สุด |
| |
1. รู้อะไรรู้ให้จริง |
2. รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา |
| |
3. รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกงาม |
4. รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ |
| |
5. ถูกทุกข้อ |
|
| |
|
|
| 3. ถ้าอ่านเข้าใจเรื่องแล้ว สามารถทำสิ่งใดได้ |
| |
1. เล่าเรื่องย่อให้ผู้อื่นฟังได้ |
2. วิจารณ์เรื่องที่เราอ่านได้ |
| |
3. สามารถตีความหมายเรื่องที่อ่านได้ |
4. บอกได้ว่าเรื่องที่เราอ่านดีอย่างไร |
| |
5. ถูกทุกข้อ |
|
| |
|
|
| 4. การอ่านข้อความในข้อใดเป็นการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองในด้านอารมณ์ |
| |
1. ดอกอัญชันใช้กลีบสีน้ำเงินขยี้ให้ช้ำ เติมน้ำเล็กน้อย กรองด้วยผ้าขาวบาง ทำขนมชั้น ซ่าหริ่ม ถั่วแปป |
| |
2. สงครามครั้งนี้คงจะไม่มีผลกระทบต่อการจัดการขนส่งน้ำมันและราคาอย่างรุนแรง |
| |
3. ภาคพื้นพนารัญ จรแสนสราญรมย์ เนินราบสลับสม พิศเพลินเจริญใจ |
| |
4. ดูความคิด ก็คือดูใจนั่นเอง ดูความคิดเห็นว่าคิดดีหรือคิดไม่ดี ก็คือดูใจ เห็นว่าใจดีหรือใจ ไม่ดี ใจร้อน หรือใจเย็น
ใจเป็นสุขหรือใจเป็นทุกข์ |
| |
5. แฝกเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นกอ ใบแบนยาวใช้มุงหลังคาและใช้ทำยา เป็นพืชที่มีระบบรากลึก
เมื่อปลูกแล้วจะช่วยรักษาหน้าดิน
ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน |
| |
|
|
| 5. การกล่าวคำปราศรัยของบุคคลสำคัญ จัดเป็นการพูดในรูปแบบใด |
| |
1. การแสดงสุนทรพจน์ |
2. การแสดงปาฐกถา |
| |
3. การสัมภาษณ์ |
4. การอภิปราย |
| |
5. การโน้มน้าวใจ |
|
| |
|
|
6. "ผู้เขียนเร้าความสนใจทำให้ผู้อ่านอยากอ่านต่อไป หรือผู้เขียนจะชี้แนะข้อความเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบทความได้ง่ายขึ้น"
ข้อความข้างต้นนี้กล่าวถึงส่วนประกอบใดของบทความ |
| |
1. ส่วนนำ |
2. เนื้อเรื่อง |
| |
3. ส่วนลงท้าย |
4. สาระสำคัญ |
| |
5. ถูกทั้งข้อ 1. และ 3. |
|
| |
|
|
| 7. "ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า เป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไขได้ยาก แต่ก็แก้ได้โดยการปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น" ข้อบกพร่องของสารตรงกับข้อใด |
| |
1. เนื้อหาสาระที่ส่งไปขัดแย้งกันเอง |
| |
2. ผู้ส่งสารขาดความรู้ในเรื่องที่จะส่ง |
| |
3. ขาดความเข้าใจระหว่างผู้รับสารกับผู้ส่งสาร |
| |
4. ใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกับประสบการณ์และความพร้อมของผู้รับสาร |
| |
5. สารที่ส่งมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน |
| |
|
|
| 8. ถ้าจะเขียนเรียงความโดยใช้บรรยายโวหาร ควรเลือกเรื่องใดเหมาะสมที่สุด |
| |
1. รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี |
2. งานของพี่บุษบา |
| |
3. ป่าไม้ของไทย |
4. ประวัติสุนทรภู่ |
| |
5. เอกลักษณ์ไทย เพื่อคนไทย |
|
| |
|
|
| 9. ข้อใดมีรูปวรรณยุกต์ถูกต้องตามข้อบังคับของบาทที่ 4 ของโคลงสี่สุภาพ |
| |
1. มัน ใหม่จึงชิมซ้ำ เปรียบคล้ายบ่าวสาว |
2. ผิดพลาดรีบตามเค้น เรียกร้องเอาคืน |
| |
3. ผลประโยชน์จำให้ อดกลั้นหวังผล |
4. คำกล่าวบอกความชี้ ห่างพ้นความเจริญ |
| |
5. คว่ำขันตัดสัญญา พันผูก นาพ่อ |
|
| |
|
|
10. คำประพันธ์บทนี้ใช้คำตายแทนคำเอกกี่คำ
คำพูดตรงขัดแค้น เคืองหู
ขวานผ่าซากฟังดู กระด้าง
ใครฟังบ่เชิดชู ชมชื่น นาพ่อ
คำกล่าวควรติดค้าง เปลี่ยนแก้คำหวาน |
| |
1. 1 คำ |
2. 2 คำ |
| |
3. 3 คำ |
4. 4 คำ |
| |
5. 5 คำ |
|
| |
|
|
| 11. ข้อใดแสดงให้เห็นอวัจนภาษา |
| |
1. ความรู้คือประทีป |
2. ส่งรักแล้วส่งยิ้ม |
| |
3. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง |
4. เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย |
| |
5. ปากเป็นเอกเลขเป็นโท |
|
| |
|
|
| 12. สำนวนภาษาไทยในข้อใดมีความสำคัญในการสื่อสารมากที่สุด |
| |
1. สำนวนภาษาสามัญ |
2. สำนวนภาษาการประพันธ์ |
| |
3. สำนวนการสื่อสารมวลชน และโฆษณา |
4. สำนวนภาษาพิธีการ |
| |
5. ทุกข้อรวมกัน |
|
| |
|
|
| 13. ข้อใดเป็นการสื่อสารที่สัมฤทธิผล |
| |
1. ผู้ส่งและผู้รับติดต่อกันโดยตรง |
2. ผู้ส่งและผู้รับมีความเข้าใจตรงกัน |
| |
3. ผู้ส่งสารได้ตรงกับความรู้สึกนึกคิดของตน |
4. ผู้รับสารเข้าใจเจตนาของผู้ส่งสาร |
| |
5. ผู้รับสารตอบสนองผู้ส่งด้วยความเข้าใจและพอใจ |
|
| |
|
|
| 14. ในการจัดนิทรรศการผลงานทางศิลปะข้อใดเป็นผู้ส่งสาร |
| |
1. นิทรรศการ |
2. ผลงานศิลปะ |
| |
3. ผู้จัดนิทรรศการ |
4. ผู้ชมนิทรรศการ |
| |
5. สถานที่จัดนิทรรศการ |
|
| |
|
|
| 15. การสื่อสารที่ดี นอกจากจะมีองค์ประกอบของการสื่อสารแล้ว สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอีกประการหนึ่งคือ |
| |
1. ความชัดเจนของสาร |
| |
2. ความจริงใจของผู้สื่อสาร |
| |
3. ความเข้าใจของผู้รับ |
| |
4. การตอบสนองของผู้รับสาร |
| |
5. กาลเทศะ และสภาพแวดล้อมเพื่อผู้รับสารจะได้เกิดความเข้าใจตรงกัน |
| |
|
|
| 16. ข้อใดเป็นการส่งสารด้วยอวัจนภาษา |
| |
1. เขาหัวเราะร่วน เมื่อได้ฟังเรื่องตลก |
| |
2. พออ่านนวนิยายจบ น้ำตาเธอก็ไหลริน |
| |
3. เมื่อเขากวักมือเรียก เธอก็เดินเข้ามา |
| |
4. เมื่อเขาฟังเพลงที่เกี่ยวกับพระคุณของแม่ เขาถึงกับน้ำตาซึม |
| |
5. เธอรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ฟังข่าวการก่อการร้ายในวิทยุ |
| |
|
|
| 17. ถ้าเพื่อนของนักเรียนมาชวนไปเที่ยวในขณะที่นักเรียนกำลังดูหนังสือสอบ นักเรียนไม่ไป สถานการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นถึงอุปสรรคของการสื่อสารในด้านใด |
| |
1. สาร |
2. สื่อ |
| |
3. ผู้สื่อสาร ผู้รับสาร |
4. กาลเทศะ |
| |
5. ถูกทุกข้อ |
|
| |
|
|
| 18. นายสีไม่มีความรู้ในเรื่องการบริหารราชการ ถ้านายสีเข้าฟังการอภิปรายเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น การฟังของนายสีจะบกพร่องเพราะเหตุใด |
| |
1. ไม่มีสมาธิ |
2. มีอคติ |
| |
3. ไม่มีความพร้อม |
4. ไม่มีความกระตือรือร้น |
| |
5. ไม่มีความตั้งใจ |
|
| |
|
|
| 19. สาเหตุที่ทำให้การฟังไม่สัมฤทธิ์ผล |
| |
1. มีอคติต่อผู้พูด |
2. ขาดความเข้าใจ |
| |
3. ขาดประสบการณ์ |
4. ขาดความรู้ |
| |
5. ถูกทุกข้อ |
|
| |
|
|
| 20. การฟังอย่างไรจัดว่าได้ประโยชน์ที่สุด |
| |
1. ฟังด้วยความตั้งใจตลอดเวลา |
2. ฟังแล้วสามารถถอดสาระสำคัญเพื่อนำไปใช้ได้ |
| |
3. ฟังด้วยความเพลิดเพลิน เป็นการผ่อนคลาย |
4. ฟังแล้วสามารถวิเคราะห์สารได้ |
| |
5. ฟังเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวที่ผู้พูดพูดไว้ทั้งหมด |
|