<< Go Back

แบบทดสอบก่อนเรียน

1.                      เอียงอกเทออกอ้าง                อวดองค์ อรเอย
               เมรุชุบสมุทรดินลง                        เลขแต้ม
               อากาศจักจารผจง                            จารึก พอฤา
               โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม                      อยู่ร้อนฤาเห็น
ข้อใดมีการใช้ภาพพจน์เหมือนกับคำประพันธ์ข้างต้น
  1. โบสถ์ระเบียงมณฑปพื้น ไพหาร 2. บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง
  3. โฉมควรจักฝากฟ้า ฤาดิน ดีฤา 4. เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา
  5. อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤา  
 
2.                           โฉมควรจักฝากฟ้า                ฤาดิน ดีฤา
                   เกรงเทพไท้ธรณินทร์                      ลอบกล้ำ
                   ฝากลมเลื่อนโฉมบิน                       บนเล่า นะแม่
                   ลมจะชายชักช้ำ                                ชอกเนื้อเรียมสงวน
จากคำประพันธ์ข้างต้น ข้อใดกล่าวผิด
  1. มีการถามเพื่อความแน่ใจ 2. ไม่ได้ฝากนางไว้กับใครเลย
  3. ไม่กล้าฝากนางไว้กับใคร 4. มีการเล่นเสียง
  5. มีการเล่นคำ  
     
3. ข้อใดแสดงลักษณะของ นายประพันธ์ที่ควรถือเป็นแบบอย่างมากที่สุด
  1. การไม่ยอมรับการคุมถุงชนของพ่อแม่ 2. การมีหัวความคิดสมัยใหม่แบบตะวันตก
  3. การแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ 4. การไม่ยอมรับการใช้เส้นสายทำงาน
  5. การขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่  
     
4. ข้อใดเป็นการปรับค่านิยมตะวันตกให้เหมาะสมกับสังคมไทยมากที่สุด
  1. อุไรใช้ชีวิตด้วยความอิสระ 2. กิมเน้ยประดับกายด้วยเครื่องเพชร
  3. ประพันธ์ปฏิเสธการแต่งงานแบบคลุมถุงชน 4. ประพันธ์และอุไรรีบแต่งงานเพราะรักกันมาก
  5. การเรียนหนังสือในระดับที่เป็นที่ยอมรับในสังคม  
     
5. ข้อใดแสดงจุดร่วมของชาวนาในอดีตกับชาวนาในปัจจุบัน
  1. วิธีการทำนา 2. วิธีการสร้างตลาด
  3. สภาพปัญหาที่เกิดกับนาข้าว 4. สังคมที่มองชาวนาเป็นสันหลังของชาติ
  5. ความยากลำบากที่เกิดจากการประกอบอาชีพ  
     
6. จากแนวคิดของเรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวี ข้อใดปฏิบัติได้ง่ายที่สุด
  1. คิดค้นนวัตกรรมที่ง่ายกว่าเดิมในการทำนา 2. การสนับสนุนให้หันมาทำนามากขึ้น
  3. รัฐบาลมีมาตรการรอรับผลผลิต 4. อุดหนุนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
  5. สอนความรู้ในการทำนาใหม่  
     
7. การแสดงความเคารพ ตรงกับข้อใดมากที่สุด
  1. อีกหมั่นประพฤติควร ณ สภาวะแห่งตน 2. ยินดี ณ ของตน บ่ โลภทะยานปอง
  3. หนึ่งกราบและบูชา อภิบูชนีย์ชน 4. อีกคำเพราะบรรสาน ฤดิแห่งประชาชน
  5. บำรุงบิดามา- ตุระด้วยหทัยปรีย์  
     
8. มงคลในข้อใด ที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดด้วยตัวเอง
  1. ให้ทาน ณ กาลควร และประพฤติสุธรรมศรี 2. เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี
  3. อีกหนึ่งประพฤติดี ดุจะพรหมพิสุทธิ์สรรพ์ 4. หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
  5. อีกหมั่นประพฤติควร ณ สภาวะแห่งตน  
     
9. ข้อใดคือคุณธรรมที่เด่นชัดที่สุดของนางมัทรี
  1. ความรักที่มีให้แก่สามีและลูกๆ 2. การทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ดี
  3. ความรักของแม่ที่มีต่อลูกๆ 4. การยอมรับในความคิดสามี
  5. การตั้งมั่นในความดี  
     
10. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับมหาเวสสันดรชาดก
  1. เป็นชาดกนอกนิบาต ที่แต่งเลียนชาดก 2. ชาวบ้านนิยมฟังบทสวดที่เรียกว่าเทศน์มหาชาติ
  3. การให้ทานเป็นหัวใจของการสะสมบุญให้มาก 4. ลูกถือเป็นสมบัติของพ่อแม่ จะยกให้ใครก็ได้
  5. เป็นพระชาติสุดท้ายก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  
     
11. ข้อใดแสดงการใช้ประโยชน์จากการอ่านวรรณคดีได้ชัดเจนที่สุด
  1. วิรัตน์ชอบเสพความไพเราะของวรรณคดี 2. วิมลชอบอานเพื่อค้นหาความรู้จากวรรณคดี
  3. วิไลชอบหาความสนุกจากการอ่านวรรณคดี 4. วิภาใช้การอ่านวรรณคดีเป็นทางเชื่อมจินตนาการ
  5. วิรักษ์ชอบเรียนรู้ประสบการณ์จากพฤติกรรมตัวละคร  
     
12. ข้อใดแสดงลักษณะการวิจารณ์วรรณคดีได้ชัดเจนที่สุด
  1. ไก่ชอบประเมินความเหมาะสมของตัวละคร 2. กุ้งไม่ชอบการวางโครงเรื่องของวรรณคดีนิราศ
  3. กั้งแสดงความคิดเห็นว่าชอบเพราะอะไรพร้อมยกเหตุผล 4. กี้ไม่ชอบฟังความคิดเห็นผู้อื่นจนกว่าจะได้วิจารณ์เรื่องเอง
  5. ก้อยใช้หลักฐานทุกครั้งเพื่อสนับสนุนคำวิจารณ์ของตน  
     
13. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับบทนมัสการมาตาปิตุคุณ
  1. ใช้อุปลักษณ์ในการเปรียบเทียบ 2. มีการเรียงลำดับความสำคัญของพระคุณ
  3. มีการเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เป็นเด็ก 4. สะท้อนค่านิยมที่ต้องตอบแทนผู้มีพระคุณ
  5. สะท้อนความรักความผูกพันของพ่อแม่  
     
14. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับบทนมัสการอาจริยคุณ
  1. ครูคือผู้สะสมความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ 2. ครูเป็นผู้มีพระคุณที่ควรกราบไหว้ทุกวัน
  3. ครูเป็นผู้แนะแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม 4. ครูเป็นผู้ทำให้เราเข้าใจในเรื่องที่ยาก
  5. ครูคือผู้ที่ชี้นำทางความคิด  
     
15. ข้อใดแสดงบทพิโรธวาทังได้ชัดเจนที่สุด
  1. ประกาศิตสีหนาทอาจอง          จะณรงค์สงครามก็ตามใจ
  2. ได้ฟังกริ้วโกรธดังไฟกัลป์       จึงกระชั้นสีหนาทประภาษไป
  3. แม้นไม่ยกพลไกรไปช่วย        ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
  4. ฟังตรัสขัดแค้นฤทัยนัก            สะบัดพักตร์ผินหลังไม่บังคม
  5. ได้ฟังดังศรเสียบกรรณ             จึงตอบไปพลันทันใด
     
16. ข้อใดไม่ปรากฏการใช้ภาพพจน์
  1. ฟังวิหยาสะกำพาที                       ดังตรีเพชรบาดในอุรา
  2. จะมาช่วงชิงกันดังผลไม้             อันจะได้นางไปอย่าสงกา
  3. พระกริ้วโกรธนักดังอัคคี             แกว่งกระบี่ขี่ขับม้าที่นั่ง
  4. แต่ปืนตึงก็ถึงทันควัน                  เข้าโรมรันบุกบันฟันแทง
  5. แต่เห็นมามากมายหลายตำบล     ก็ยังไม่ชอบกลเหมือนป่านี้
     
17. ข้อใดไม่ปรากฏความเชื่อทางสังคมในอดีต
  1. พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง                  ประโคมคึกกึกก้องท้องสนาม
  2. ต่างก็ทรงอำนวยอวยชัย                 เจ้าไปให้เป็นสุขสโมสร
  3. เทียบดูดวงชะตาพระทรงยศ         กับโอรสถึงฆาตชันษา
  4. สุดแท้แต่บุญกับกรรม                  จะฟังคำโหรานั้นหาไม่
  5. สุดที่จะบิดเบือนเลื่อนวันไป        ด้วยเกรงในบิตุเรศตัดมา
     
18. จากลักษณะของเวตาล ข้อใดที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง
  1. การรักษาคำสัตย์ 2. การใช้คำพูดโน้มน้าว
  3. การรักษากฎเกณฑ์เคร่งครัด 4. การใช้คำพูดเปรียบเปรยให้เจ็บใจ
  5. การทำให้ผู้ฟังได้คิดอย่างรอบครอบ  
     
19. ข้อใดแสดงถึงการมองการณ์ไกลและมีความรอบครอบมากที่สุด
  1. ไม่ทราบว่าเป็นหมู่บ้านโจร แต่สงสัยไม่วางพระทัย
  2. ถ้านางเท้าเขื่องมีลักษณะเป็นที่พึงใจ ข้าก็จะทำตามเจ้าว่า
  3. พอนึกขึ้นได้ว่าการพาตัวเวตาลไปได้สำเร็จก็ด้วยไม่ตอบคำถาม
  4. หญิงที่พระราชาพบในป่ามักจะงามกว่าหญิงที่หาได้ในกรุง
  5. เพราะบ้านของผู้เป็นใหญ่ในครอบครัวนั้น ถ้าไม่มีแม่เรือนก็เป็นบ้านที่ว่าง
     
20. ข้อใดแสดงลักษณะของพระวิกรมาทิตย์ที่พาเวตาลมาให้โยคีได้สำเร็จ
  1. ก็รีบสาวก้าวทรงดำเนินเร็วขึ้น
  2. แม้พระองค์ไม่ทรงเบื่อเป็นผู้แบกก็จริง
  3. จึงเป็นอันทรงนิ่งเพราะจำเป็นแลเพราะสะดวก
  4. พระวิกรมาทิตย์ทรงฟังปัญหาของเวตาลก็ทรงตรึกตรอง
  5. ข้าพเจ้าจะตั้งคำถามทูลถามสักที ถ้าทรงตอบได้พระปัญญาก็ทรงยิ่งกว่าที่ข้าพเจ้าคิดว่าจะมีใน พระราชาพระองค์ใด

<< Go Back