| 1. จุดมุ่งหมายในการแต่งมัทนะพาธาคือสิ่งใด |
| |
1. ให้จริงใจต่อคนรัก |
2. ให้อภัยและเสียสละต่อกัน |
| |
3. ชี้ให้เห็นโทษของความรัก |
4. ให้ซื่อตรงมั่นคงต่อความรัก |
| |
5. ให้ใช้ความรักเพื่อความอยู่รอด |
|
| |
|
| 2. . ข้อใดไม่ได้สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ 6 |
| |
1. ในเวลาที่กลับจากออฟฟิศแล้ว ก็ต้องสวมกางเกงแพรจีนด้วยและต้องไปดูหนังอีกอาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย |
| |
2. พ่อเสมียนยังอุตส่าห์จำหน่ายทรัพย์ได้ต่างๆ เช่น นุ่งผ้าม่วงสี ใส่เสื้อขาว สวมหมวกสักหลาด |
| |
3. ถึงแม้พวกหนุ่มๆ นั้นจะมีความคิดเห็นว่าตัวสำคัญปานใด ก็คงจะต้องฟังความเห็นของผู้อื่น |
| |
4. ครั้นเมื่อเงินเดือนขึ้นเป็นเดือนละ 20 บาท เขาก็คิดอ่านแต่งงานทีเดียว |
| |
5. ถ้าเรายังแสดงความเห็นโดยประการต่างๆ ว่าเสมียนเป็นบุคคลชั้นสูงชาวสวนชาวนาหรือ พ่อค้าอยู่ตราบใด |
| |
|
|
| 3. ลิลิตตะเลงพ่ายมีเนื้อหาบางตอนที่แสดงให้เห็นความสำคัญของจิตวิทยาและวาทศิลป์ของผู้นำ ดังจะเห็นได้ข้อใด |
| |
1. การกำหนดเส้นทางการเดินทัพ |
| |
2. วางแผนจำนวนไพร่พลในกองทัพ |
| |
3. การลดหย่อนผ่อนโทษให้แก่บรรดาแม่ทัพนายกอง |
| |
4. การปรึกษาหารือกับแม่ทัพนายกองก่อนทำสงคราม |
| |
5. การกล่าวเชิญพระมหาอุปราชาให้เสด็จออกมาทำศึกยุทธหัตถี |
| |
|
|
| 4. เมื่อแพทย์สู้โรคไม่ได้ ไม่สามารถรักษาคนไข้ให้หายได้นั้นคติไทยลงความเห็นว่าเป็นเพราะอะไร |
| |
1. ผิดผี |
2. เสียผี |
| |
3. หมดฝีมือ |
4. แรงกรรม |
| |
5. เคราะห์ซ้ำกรรมซัด |
|
| |
|
|
| 5. ข้อใดไม่ใช่ "โวหารการหึง" ของพระเวสสันดร |
| |
1. ทั้งฤๅษีสิทธิ์วิทยาธรคนธรรพเทพรักษ์ผู้มีพักตร์อันเจริญ เห็นแล้วก็น่าเพลิดเพลินไม่เมินได้ |
| |
2. เออก็เมื่อเช้าเจ้าจะเข้าป่าน่าสงสารปานประหนึ่งว่าจะไปมิได้ ทำร้องไห้ฝากลูกมิรู้แล้ว ครั้นคลาดแคล้วเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ดง
ปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัว |
| |
3. นอกกว่านั้นที่แน่นอนคือนางไหนอันสนิทชิดใช้แต่ก่อนกาล ยังจะติดตามพระราชสมภารมา บ้างละหรือ |
| |
4. อุปมาเสมือนหนึ่งภุมรินบินวะว่อน เที่ยวซับซาบเอาเกสร สุคนธมาเลศ พบดอกไม้วิเศษต้อง ประสงค์หลงเคล้าคลึงรสจนลืมรัง |
| |
5. ขออนุโมทนาด้วยปิยบุตรทานบารมี ขอให้น้ำพระหฤทัยพระองค์จงผ่องแผ้วอย่ามี มัจฉริยธรรมอกุศล |
| |
|
|
| 6. "อย่าเกียจแก่คนไข้ คนเข็ญใจขาดในทาง" สอนให้แพทย์มีจิตใจอย่างไร |
| |
1. มีอุเบกขา |
2. มีเมตตา |
| |
3. มีกรุณา |
4. มีอหิงสา |
| |
5. มีหิริโอตัปปะ |
|
| |
|
|
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 7 – 9
ไม้เรียกผะกากุพ ชะกะสีอรุณแสง
ปานแก้มแฉล้มแดง ดรุณี ณ ยามอาย
ดอกใหญ่และเกสร สุวคนธะมากมาย
อยู่ทน บ วางวาย มธุรสขจรไกล
อีกทั้งสะพรั่งหนาม ดุจเข็มประดับไว้
ผึ้งเขียวสิบินไขว่ บ่มิใคร่จะห่างเหิน |
| 7. คำฉันท์ข้างต้นใช้โวหารในการเขียนชนิดใด |
| |
1. อธิบาย |
2. บรรยาย |
| |
3. พรรณนา |
4. สาธก |
| |
5. อุปมา |
|
| |
|
|
| 8. คุณสมบัติใดไม่ได้กล่าวถึง |
| |
1. รูป |
2. สี |
| |
3. กลิ่น |
4. รส |
| |
5. การเคลื่อนไหว |
|
| |
|
|
| 9. คำฉันท์ในข้อใดมีพยางค์ และครุ ลหุ ต่างจากฉันท์ข้างต้น |
| |
1. ถ้าหากจะแลเหลียว ก็มิพบยุพาพาน |
2. ปูปลาจะคลาไคล แวะและเล็มตะไคร่เขียว |
| |
3. สาหร่ายก็ชูช่อ ดุจะล้ออรุณเชียว |
4. บุ่งข้าวเขียวขจี สีสดชื่อระรื่นลมไหว |
| |
5. ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ |
|
| |
|
|
| 10. ข้อใดคือฉากหรือสถานที่กำหนดให้ดำเนินเรื่องมัทนะพาธา |
| |
1. เชิงป่าหิมพานต์ |
2. ดินแดนบนสวรรค์ |
| |
3. ชนบทของอินเดีย |
4. ป่าเหนือเมื่อดอกไม้บาน |
| |
5. ดินแดนในจินตนาการของกวี |
|
| |
|
|
| 11. สมเด็จพระวันรัตใช้กลวิธีการโน้มน้าวจิตใจอย่างไร จึงทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชทานอภัยโทษประหารชีวิตแก่แม่ทัพนายกอง |
| |
1. พูดโน้มน้าวให้เห็นโทษของการสั่งประหารชีวิต |
2. พูดโน้มน้าวให้เห็นจริงตามกระบวนการของเหตุผล |
| |
3. พูดโน้มน้าวให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย |
4. พูดโน้มน้าวให้เห็นความน่าเชื่อถือของบุคคลที่พูด |
| |
5. พูดโน้มน้าวใจให้เชื่อถือโดยใช้ข้อแลกเปลี่ยน |
|
| |
|
|
12. "พระพุทธเจ้าข้าอันสองกุมารนี้ เกล้ากระหม่อมฉานได้อุตสาหะถนอม ย่อมพยาบาลบำรุงมาขอถวายอนุโมทนาด้วยปิยบุตรทานบารมี"
ข้อความนี้สะท้อนอุปนิสัยใดของผู้พูดมากที่สุด? |
| |
1. ทะนุถนอม |
2. สุขุมรอบคอบ |
| |
3. เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น |
4. วิตกกังวล |
| |
5. เข้มแข็งอดทน |
|
| |
|
|
| 13. ข้อใดไม่มีการใช้ภาพพจน์ |
| |
1. ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกหนแห่ง ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด |
| |
2. พอประจวบจวนพญาพาฬมฤคราช สะดุ้งพระทัยไหวหวาดวะหวีดวิ่งวนแวะเข้าข้างทาง พระทรวงนางสั่นระรัวริกเต้นดั่งตีปลา |
| |
3. พระนัยเนตรทั้งสองข้างไม่ขาดสายพระอัสสุชล พลางพิศดูผลาผลในกลางไพร ที่นางเคยได้ อาศัยทรงสอยอยู่เป็นนิตย์ผิดสังเกต |
| |
4. ประหลาดแล้วแลไม่เห็นก็ใจหาย ดั่งว่าชีวิตนางจะวางวายลงทันที จึ่งตรัสเรียกว่า แก้วกัณหา พ่อชาลีของแม่เอ่ย |
| |
5. ท้าวเธอจึงตรัสประภาษว่าดูกรเจ้ามัทรี อันสองกุมารนี้พี่ให้เป็นทานแก่พราหมณ์แต่วันวานนี้แล้ว |
| |
|
|
| 14. จุดประสงค์ของการพิจารณาภาษาวรรณคดีคือข้อใด |
| |
1. บอกชื่อเรื่องได้ |
2. อธิบายลักษณะภาษาในเรื่องได้ |
| |
3. ค้นหาความรู้เพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่าง |
4. สามารถช่วยให้เรียนวรรณคดีได้อย่างเข้าใจ |
| |
5. พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษาวรรณคดีได้ |
|
| |
|
|
| 15. ข้อใดหมายถึงลักษณะของโครงเรื่องทางวรรณกรรม |
| |
1. กาลสมัยและฉากของเรื่อง |
2. การลำดับทิศทางของเรื่อง |
| |
3. เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ |
4. การเกิดเหตุการณ์ในเรื่อง |
| |
5. ความขัดแย้งของตัวละคร |
|
| |
|
|
| 16. คุณลักษณะที่ดีของวัสสการพราหมณ์ตรงกับข้อใด |
| |
1. แค้นนี้ต้องชำระ |
2. น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ |
| |
3. เสียชีพอย่าเสียสัตย์ |
4. ปัญญามีอานุภาพกว่ากำลัง |
| |
5. ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก |
|
| |
|
|
| 17. ความในข้อใดแสดงถึงการสู้รบกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ |
| |
1. พวกพลทัพรามัญ เห็นไทยผันหนีหน้า ไป่หยุดยั้งช้า ตื่นต้อนแตกฉาน น่านนา |
| |
2. ว่องต่อว่องชิงชัย ไวต่อไวชิงชนะ ม้าไทยพะม้ามอญ ต่างเข้ารอนเข้าโรม |
| |
3. ธก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย หงายงาเสยสารเศิก |
| |
4. ธุมาการเกิดกระลบ อบอลเวงฟากฟ้า ดูบ่รู้จักหน้า หนึ่งสิ้นแสงไถง แลนา |
| |
5. อุกคลุกพุกเงยงัด คอคช เศิกแฮ เบนบ่ายหงายแหงนให้ ท่วงท้อทีถอย |
| |
|
|
| 18. ลิลิตตะเลงพ่าย ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร |
| |
1. ทรงสักการะบูชาบรรพบุรุษ |
| |
2. ทรงสถาปนางานประพันธ์ของไทย |
| |
3. พระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพนฯ |
| |
4. สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
| |
5. เพื่อแสดงความสามารถของกวี ในการใช้คำประพันธ์หลายชนิด |
| |
|
|
| 19. สงครามยุทธหัตถี หมายถึงข้อใด |
| |
1. การรบด้วยหอก ดาบ |
2. การรบของคนสมัยก่อน |
| |
3. การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย |
4. การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง |
| |
5. การต่อสู้ที่ต้องใช้อาวุธสู้กันแบบตัวต่อตัว |
|
| |
|
|
| 20. แคว้นวัชชีใช้ธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าข้อใด ในการปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข |
| |
1. มรรค 8 |
2. พรหมวิหาร 4 |
| |
3. สามัคคีธรรม |
4. อปริหานิยธรรม |
| |
5. ฆราวาสธรรม |
|