
การวาดภาพถ่ายทอดบุคลิกตัวละครหมายถึง การวาดภาพเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางบุคลิกภาพของหน้าตา รูปร่าง อุปนิสัย เพศและวัย ได้อย่างสอดคล้องกับลักษณะที่ถูกกำหนดมาในเนื้อหาเรื่องราวตามที่พรรณนาไว้ในบทประพันธ์หรือจากเรื่องเล่านั้นๆ ภาพวาดบุคลิกตัวละครโดยมากจะเขียนถ่ายทอด ออกมาเป็นภาพคนที่มีลักษณะเหมือนจริงตามธรรมชาติ และมีบ้างที่เป็นภาพแบบการ์ตูน เพื่อสนองตอบ ในรสนิยมและวัยที่ต่างกัน สำหรับในหน่วยนี้จะกล่าวเฉพาะการวาดภาพถ่ายทอดบุคลิกตัวละครในรูปแบบภาพการ์ตูน
การวาดภาพถ่ายทอดบุคลิกตัวละครหมายถึงอะไร การ์ตูนหมายถึงอะไร การ์ตูน (CARTOON) ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ภาพล้อ ภาพตลก บางทีก็เขียนเป็นภาพบุคคล บางทีเขียนเป็นภาพแสดงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนตั้งใจล้อเลียน จะให้ดูรู้สึกขบขัน บางทีก็เขียนติดต่อกันเป็นเรื่องยืดยาว”
ลักษณะของภาพวาดการ์ตูน มีดังนี้ 1. แบบธรรมชาติ เป็นแบบที่อิงลักษณะความเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งต่างๆ ทั้งในลักษณะที่มีสัดส่วนเหมือนหรือคล้ายธรรมชาติ ในลักษณะแบบยืดสัดส่วนและหดสัดส่วน ดังตัวอย่างภาพ เป็นต้น 2. แบบเหนือธรรมชาติ เป็นแบบที่สร้างสรรค์ขึ้นตามจินตนาการเหนือรูปแบบที่พบเห็นในธรรมชาติทั่วไป แต่อาจได้แรงใจมาจากสิ่งที่มีอยู่จริงหรือคิดขึ้นใหม่ก็ได้ เช่น โดราเอมอน
ประเภทของการ์ตูน แบ่งออกได้ 6 ประเภท ดังนี้ 1. การ์ตูนการเมือง (POLITICAL CARTOONS) เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อล้อเลียน เสียดสี ประชดประชันนักการเมือง หรือเหตุการณ์ทางการเมือง ในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ การ์ตูนชนิดนี้อาจมีคำบรรยายหรือไม่มีก็ได้
2. การ์ตูนล้อบุคคลp (CARICATURE) เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อล้อเลียนบุคคลดังในสาขาอาชีพต่างๆ ของสังคม หรือาจจะเป็นภาพล้อเพื่อนๆ และตัวเราเองก็ได้ในการเขียนภาพล้อบุคคลนี้ สิ่งสำคัญคือจะต้องหาจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์บนใบหน้าและลักษณะรูปร่างของคนนั้นๆ ให้ได้ เช่น คิ้วดก ตากลมโต จมูกใหญ่ ปากหนา หูกาง รูปร่างสูงเก้งก้าง หรืออ้วนเตี้ย เป็นต้น จากนั้นจึงนำมาออกแบบตัวละครการ์ตูนด้วยการยืดหดสัดส่วนให้เพี้ยนไปจากความจริงให้ดูมีอารมณ์ขัน แต่ยังมีเค้าของบุคคลนั้นอยู่
3. การ์ตูนขำขัน (GAG CARTOONS) เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อเน้นความตลกขบขันเป็นหลัก นิยมเขียนเป็นช่องอาจมีช่องเดียวหรือหลายช่องก็ได้ จะมีคำบรรยายหรือไม่มีก็ได้ มุกตลกควรคิดขึ้นมาจากเหตุการณ์ปัจจุบันในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในสังคม ปฏิกิริยาการตอบสนองทางอารมณ์ขันจึงจะได้ผลดี ตัวอย่างการ์ตูนขำขันของไทยที่ได้รับความนิยมมากคือ การ์ตูนขายหัวเราะ
4. การ์ตูนเรื่องยาว (COMICS OR SERIAL CARTOONS) เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวหลายกรอบภาพต่อเนื่องกันจนจบ เนื้อหาที่นำเสนอมีหลายแนว เช่น ผจญภัย วิทยาศาสตร์ สยองขวัญ รัก และตลกเบาสมอง เป็นต้น การ์ตูนประเภทนี้จะพิมพ์เป็นเล่ม เช่น หนังสือการ์ตูนฝรั่งเรื่องเกี่ยวกับยอดมนุษย์ทั้งหลาย การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องโดราเอม่อน เป็นต้น
5. การ์ตูนประกอบเรื่อง (ILLUSTRATED CARTOONS) เป็นการ์ตูนที่วาดขึ้นเพื่อประกอบเนื้อหาของข้อเขียนต่างๆ เช่น ประกอบสื่อทางการศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และประกอบสื่อการโฆษณา เป็นต้น
6. การ์ตูนมีชีวิต (ANIMATED CARTOONS) หรือภาพยนตร์การ์ตูน เป็นภาพการ์ตูนที่เขียนแสดงอิริยาบถในท่านิ่งหลายภาพ ซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนท่าทางไปทีละนิด แล้วนำไปถ่ายทำด้วยเทคนิคการถ่ายภาพยนตร์หรือใช้คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ทำให้ภาพนั้นเคลื่อนไหวได้คล้ายมีชีวิต เช่น ภาพยนตร์การ์ตูนไทยเรื่องสุดสาคร และก้านกล้วย ภาพยนตร์การ์ตูนฝรั่งเรื่องสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด เป็นต้น
การสื่อสารของภาพวาดบุคลิกตัวละคร ที่สำคัญแสดงออกได้ 2 ทาง คือสีหน้าและท่าทาง
ส่วนประกอบของใบหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้สึกทางอารมณ์มีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ คิ้ว ตา และปาก
2. ท่าทาง คือสิ่งที่บอกว่าตัวละครนั้นกำลังทำอะไรอยู่ และยังเป็นสิ่งช่วยเสริมน้ำหนักความชัดเจนแสดงให้เห็นสีหน้าเด่นชัดขึ้น เช่น ดีใจออกนอกหน้าจนกระโดดตัวลอย เป็นต้น
ท่าทางดีใจจนกระโดดตัวลอย ภาพแสดงท่าทางอาการดีใจของเด็กขณะท่องป่าเมื่อเห็นนก อุปกรณ์เครื่องมือในการวาดการ์ตูน ที่สำคัญขั้นพื้นฐาน มีดังนี้
1. กระดาษ ให้มีเนื้อหนาพอควรและไม่ซึมเปื้อนหมึกหรือสีง่าย ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกลวิธีการสร้างสรรค์ เช่น กระดาษอาร์ต กระดาษการ์ด เหมาะสำหรับวาดด้วยปากกาจุ่มหมึก พู่กันจุ่มหมึก และปากกาหมึกสำเร็จรูป เป็นต้น กระดาษวาดเขียนร้อยปอนด์ด้านผิวเรียบเหมาะสำหรับการวาดด้วยดินสอดำ ดินสอสี ปากกา เป็นต้น ด้านผิวหยาบเหมาะสำหรับการวาดด้วยกลวิธีการระบายสีน้ำ สีโปสเตอร์ เป็นต้น 2. ดินสอ ควรเป็นดินสอไส้อ่อน เพราะสามารถลบเส้นที่ไม่ต้องการออกได้ง่าย ดินสอที่เหมาะใช้ร่างภาพการ์ตูน ได้แก่ B, 2B และ HB ไม่ควรใช้ดินสอที่มีไส้แข็งเพราะเวลาวาดจะขูดกระดาษเป็นรอยลึก ทำให้ลบยาก 3. ยางลบ ควรเป็นแบบเนื้ออ่อน เพราะเวลาลบจะได้ไม่มีขุยมาก และสามารถตัดแต่งให้มีปลายแหลมเพื่อไว้ใช้ลบในส่วนพื้นที่แคบๆ ได้ 4. ปากกา นิยมใช้อยู่หลายแบบ เช่น ปากกาจุ่มหมึกหัวช้อน (หัวคาบร้า) หัวเขียนแผนที่ (หัวกลม) หัวจีเพ็น (G-PEN) และปากกาหมึกสำเร็จรูป เช่น ปากกาเขียนแบบ ปากกามาร์กเกอร์ ปากกาปลายสักหลาด และปากกาหัวไฟเบอร์ เป็นต้น 5. พู่กัน นิยมใช้พู่กันขนอ่อนนุ่มแบบกลมมากกว่าพู่กันแบบแบน พู่กันกลมปลายแหลมเบอร์เล็กใช้สำหรับตัดเส้น ระบายพื้นที่แคบ และเก็บรายละเอียด เบอร์ใหญ่ใช้สำหรับระบายพื้นที่กว้าง และใช้ตัดเส้นที่มีขนาดใหญ่ 6. หมึก มีทั้งหมึกดำและหมึกสี ได้แก่ หมึกดำอินเดียนอิงค์ซึ่งใช้กับปากกาจุ่มหมึกหรือพู่กัน และหมึกสีที่ใช้กับปากกาเขียนแบบหรือพู่กัน 7. สี ที่นิยมใช้กันในระดับเบื้องต้น ได้แก่ สีดินสอ สีน้ำ สีโปสเตอร์ และสีเมจิก 1. ศึกษาเนื้อหาเรื่องราวที่จะวาด เพื่อจับประเด็นของจุดประสงค์ที่ต้องการให้ตัวละครนั้นๆ มีลักษณะเด่นอย่างไร เช่น เถ้าแก่อาเซี่ยผู้มีอันจะกิน จะมีลักษณะรูปร่างอ้วนท้วม ดวงตาเล็ก คนชรามีลักษณะหลังงอ ใบหน้าเหี่ยวย่น ผมขาว และโจรผู้ร้ายมีคิ้วหนา ตาดุดันไว้หนวดเครา เป็นต้น
2. ออกแบบร่างภาพ หลังจากศึกษาบุคลิกของตัวละครตามเนื้อหาที่เขียนกำหนดไว้จนเข้าใจแล้ว จึงใช้จินตนาการเป็นภาพขึ้นในสมองก่อน จากนั้นจึงถ่ายทอดออกมาเป็นภาพร่างคร่าวๆ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวแบบวาดภาพบุคลิกของตัวละครนั้นต่อไป 3. ลงมือวาดตามแบบและใช้กลวิธีสร้างสรรค์ผลงานตามที่ตนกำหนดไว้ เมื่อได้แบบที่พอใจแล้วจึงลงมือวาดตัวละครการ์ตูนในแต่ละตัวตามบุคลิกที่ได้ออกแบบไว้
การวาดภาพบุคลิกตัวละครในการ์ตูน
|