<< Go Back 

การสร้างสรรค์

         เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ เป็นการดำเนินการในลักษณะต่างๆ เพื่อให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นความสามารถทางสติปัญญา แบบหนึ่งที่จะคิดได้หลายทิศทางหลากหลายรูปแบบโดยไม่มีขอบเขต นำไปสู่กระบวนการคิดเพื่อสร้างสิ่งแปลกใหม่ หรือเพื่อการพัฒนาของเดิมให้ดีขึ้นทำให้ เกิดผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตนเป็นตัวของตัวเอง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประกอบในการดำรงชีวิต และสามารถพัฒนาสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของการพบที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้ถูกกระทำขึ้นมาโดยผ่าน "การค้นพบโดยบังเอิญ"  หรือการค้นพบบางสิ่งขณะที่กำลังค้นหาบางสิ่งอยู่การพัฒนาความคิดสร้าง สรรค์ของมนุษย์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์นั้นไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ถึงขนาดการพัฒนาบางสิ่งขึ้นมาให้กับโลกแต่มีอาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการ บางอย่างให้ใหม่ขึ้นมา อาจเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่อตัวของเราเอง การสร้างสรรค์จะประสบความสำเร็จเป็นผลงานได้นั้น นอกจากจะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เป็นกรอบในการกำหนดแนวทางและรูปแบบแล้วต้องอาศัยสามารถที่ยอดเยี่ยมของศิลปิน ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตนเป็นความชำนาญที่เกิดจากการฝึกฝน และความพยายามอันน่าทึ่ง เพราะฝีมืออันเยี่ยมยอดจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีความงามอันเยี่ยมยอด

การสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรี                                                                                                 
         หมายถึง การทำให้เกิดผลงานทางดนตรีบางอย่างขึ้นมาซึ่งผลงานทางดนตรีนี้ไม่เคยมีอยู่มาก่อนทั้งที่เป็นผลิตผล หรือกระบวนการ หรือความคิดดังนั้นสิ่งที่จะเป็นงานสร้างสรรค์ผลทางดนตรีได้จะต้องเป็นผลงานทางดนตรีชิ้นใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกไม่ซ้ำแบบใคร   และเกิดขึ้นในทางที่เป็นประโยชน์เช่นการแต่งเพลงขึ้นมาใหม่การประดิษฐ์เครื่องดนตรีขึ้นใหม่ การคิดท่าทางประกอบเพลง  เป็นต้น การสร้างสรรค์งานดนตรีนี้

1.  หลักการสร้างสรรค์ทางดนตรี
         1.1การสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีจากประสบการณ์เป็นการสร้างสรรค์ที่เกิดจากเกิดการเรียนรู้ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับดนตรีเพิ่มขึ้นมากของผู้สร้าง สรรค์เองโดยอาจได้รับคำแนะนำบ้าง รู้ในหลักการบ้างแล้วนำมาประยุกต์คิดค้นเป็นความคิดของตนเองขึ้นมา เช่น การแต่งเนื้อร้องขึ้นใหม่จากทำนองเพลงที่ เคยได้ยินมาการคิดท่าทางเคลื่อนไหวประกอบเพลงเป็นต้น (ยกตัวอย่าง...เพลงที่แต่งจากเพลงไทย)
         1.2  การสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีจากหลักการ เป็นการสร้างสรรค์ที่เกิดจากการเรียนรู้ในหลักการหรือความรู้ต่างๆ แล้วนำมาใช้เป็นพื้นฐานหรือข้อมูล หลักในการทำผลงานทางดนตรี เช่น การประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากวัสดุอื่นโดยนำหลัก การกำเนิดเสียง ที่ได้เรียนจากวิชาวิทยาศาสตร์มาใช้การรู้หลักการเคลื่อนไหวเพื่อบริหารกล้ามเนื้อ แล้วนำมาคิดท่าทางประกอบเพลงในการทำกายบริหาร เป็นต้น

                                                      ตะเลงเอก                                                                                          ตะเลงทุ้ม
                                              (เครื่องดนตรีไทยที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยอาศัยแนวคิดทฤษฎีดนตรีสากลเป็นหลัก)

                                                       

2.  วิธีการสร้างสรรค์งานดนตรี 
         การสร้างสรรค์งานดนตรีมีวิธีปฏิบัติได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้ด้านดนตรีและการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ซึ่งนักเรียนสามารถ สร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีได้โดยใช้วิธีการง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เช่น
ตัวอย่าง กิจกกรมสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรี
      1. ขีดเขียนระบายสีตามจังหวะของดนตรี ซึ่งจะทำให้ได้ภาพเขียนที่แปลกตา ตามลีลาของจังหวะดนตรี
      2. ประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากวัสดุท้องถิ่น ซึ่งจะได้เครื่องดนตรีที่ให้เสียงแปลกๆ เช่น การนำเอาฝาน้ำอัดลมมาทำเป็น
           เครื่องเคาะจังหวะการนำแก้วมาใส่น้ำ ในระดับที่แตกต่างกัน  และใช้นิ้วมือลูบปากแก้วให้มีเสียงเรียงเป็นทำนอง
           เพลง เป็นต้น                
      3.ประดิษฐ์ท่าทางประกอบเพลง                                                        
      4. แต่งเพลงขึ้นใหม่โดยนำเอาทำนองเพลงที่มีอยู่แล้วมาใส่ในเนื้อเพลงใหม่ หรือนำเนื้อเพลงมาใส่ทำนองเพลงใหม่ให้
         สัมพันธ์กัน เป็นต้นนอกจากวิธีดังกล่าวนักเรียนยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานดนตรีโดยใช้วิธีอื่นๆ อีกหลายวิธี ซึ่ง
         นักเรียนต้องรู้จักประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและนำไปใช้ประโยชน์ได้

                                                                                                           


การตีกลองจากถังสี

3.  บุคคลที่มีผลงานการสร้างสรรค์งานดนตรีในประเทศไทย

                                                                                                        


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลง
                                                                          

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช สนพระราชหฤทัยดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงอ่านหนังสือเกี่ยวกับการดนตรีตั้งแต่ทรงศึกษาอยู่ที่ประ เทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงได้รับการฝึกฝนตามแบบฉบับการศึกษาวิชาดนตรีอย่างแท้จริง คือการเขียนโน้ตและบรรเลงแบบคลาสสิกมีพระอาจารย์ ถวายคำแนะนำ อย่างเข้มงวดนานกว่า 2 ปี หลังจากทรงฝึกหัดดนตรีขั้นพื้นฐานได้นานพอสมควรแล้ว จึงเริ่มสนพระราชหฤทัยทรงดนตรีไปในแนว แจ๊ส (Jazz) ทรงศึกษาประวัติ นักดนตรีที่มีชื่อเสียงและทรงเปรียบเทียบฝีมือการเล่นดนตรีต่าง ๆ จากแผ่นเสียงที่บรรเลงโดยนักดนตรีเหล่านั้น แล้วจึงทรงบรรเลงสอดแทรกพร้อมกับแผ่น เสียงของนักดนตรี ที่มีชื่อเสียงตามสไตล์ที่โปรด เช่น สไตล์การเป่าโซปราโน แซกโซโฟน ของซิดนี่ เบเซ่ (Sydney Bechet) ออโต แซกโซโฟน ของจอห์นนี่ ฮอดเจส (Johny Hodges) เปียโนและวงดนตรีของ ดยุค เอลลิงตัน (Duke Ellington) เป็นต้น
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีเป็นพิเศษ เครื่องดนตรีที่โปรดคือ เครื่องเป่าแทบทุกชนิด เช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต และทรัมเป็ต ทั้งยังทรงกีตาร์และเปียโนได้อีกด้วย นอกจากนี้ทรงเล่นดนตรีร่วมกับวงดนตรีได้ทุกวงทั้งไทย และต่างประเทศ ทรงเข้าบรรเลงร่วมกับวงดนตรี นั้นๆ ได้ ไม่ว่าวงดนตรีนั้นจะมีแนวการเล่นแบบใด สำหรับวงดนตรีแจ๊สนั้น ยังทรงดนตรีได้ทั้งชนิดมีโน้ตและไม่ต้องมีโน้ต ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทและผู้ที่เคยได้ร่วมเล่นดนตรีกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าถึงพระราชอัจฉยริภาพในการ พระราชนิพนธ์เพลงว่า ทรงแต่งเพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้อง ใช้เครื่องดนตรีช่วย ครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัยหยิบฉวยซองจดหมายได้ก็ทรงตีเส้น 5 เส้น แล้วทรงเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นโดยฉับพลัน เช่น "เราสู้" เป็นต้น พระราชนิยมในศิลปะทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชายไทย และกระจายไปถึง ชาวต่างประเทศด้วยทรง ศึกษาดนตรีและทรงได้รับการฝึกหัดดนตรีตามแบบฉบับ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ผนวกกับพระอัจฉริยภาพทางศิลปะ จึงมีผลให้ทรงมีพระปรีชาในการพระราชนิพนธ์ เพลงและทรงบรรเลงเครื่องดนตรีได้เกือบทุกชนิดทรงโปรดดนตรีแบบแจ๊ส และทรงชำนาญเครื่องเป่าต่างๆจนได้รับการถวายการยกย่องว่าทรงเป่าโซปราโนแซกโซโฟน ได้ดีที่สุดในประเทศไทย ในการสร้างสรรค์ทางดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนให้มีการตั้งวงดนตรีขึ้นในระยะแรกทรง ตั้งวง "ลายคราม"          ต่อมาทรงตั้งวง "อ.ส. วันศุกร์" และทรงสร้าง วงแตรวง[3] "สหายพัฒนา"  โดยรวมขึ้นจากผู้ปฏิบัติราชการใกล้ชิด นอกจากนี้ทรงสนับสนุนการ ดนตรีของนิสิตนักศึกษาทุกระดับ เมื่อมี พระราชวโรกาสก็จะเสด็จไปทรงดนตรีตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นการส่วนพระองค์ทำให้ นิสิตนักศึกษามีโอกาสเฝ้าชม พระบารมีอย่างใกล้ชิดพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ และทรงมีส่วนร่วมในการประพันธ์เพลง ไว้มากถึง 43 เพลง ทั้งเพลงขับร้องและเพลง ประกอบการแสดงทุกเพลงความไพเราะ เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจของพสกนิกรชาวไทยรวมถึงชาวต่างประเทศด้วย ดังเห็นได้จากการที่วงดนตรี และคณะละคร ชั้นนำของต่างประเทศได้อัญเชิญเพลง พระราชนิพนธ์ไปบรรเลงในโอกาสต่าง ๆ และสถาบันการดนตรีและศิลปะแห่ง กรุงเวียนนาได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา สมาชิกกิตติมศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2507 โดยที่ ทรงเป็น ชาวเอเชียเพียงพระองค์เดียวที่ทรงได้รับการถวายพระเกียรตินี้ และในปี พ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาการดนตรี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชด้วยทรงเห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้าน ดนตรีของพระองค์

                                                  

                                       พระอัจฉริยภาพทางดนตรี งาน ''วันที่ระลึกวันทรงดนตรี''จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


    << Go Back