การนำวงดนตรีไทย และวงดนตรีสากล มาผสมเพื่อบรรเลงรวมกันนั้น ต้องมีหลักการในการนำเครื่องดนตรีทั้งสองอย่างมาผสมเพื่อบรรเลงรวมกัน ดังนี้ 1. ประเภทของเครื่องดนตรีที่จะนำมาผสมกัน
ศิลปะการแสดงนาฏศิลป์และการละคร มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยดนตรี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการแสดงนาฏศิลป์ไทย ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชาติไทย ดนตรี เพลงและการขับร้องเพลงไทยสำหรับการแสดงแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์ไทยประกอบด้วย
2) ดนตรีพื้นเมืองภาคกลางเป็นเครื่องดนตรีประเภทกับวงตรีหลักของไทย คือวงปี่พาทย์ และเครื่องสายซึ่งลักษณะในการนำมาใช้อาจนำมาเป็นบางส่วนหรือบางประเภทเช่น กลองตะโพนและเครื่องประกอบจังหวะนำมาใช้ในการเล่นเพลงอีแซว เพลงเกี่ยวข้าว กลองรำมะนา ใช้เล่นเพลงลำตัด กลองยาวใช้เล่นรำเถิดเทิงกลอง โทนใช้เล่นรำวงและรำโทนส่วนเครื่องเดินทำนองก็นิยมใช้ระนาด ซอ หรือ ปี่ เป็นต้น
3) ดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน มีเครื่องดนตรีที่สำคัญ ได้แก่ พิณ อาจเรียกต่างกันไปตาม ท้องถิ่น เช่น ซุงหมากจับปี่ หมากตับเต่ง และหมากต๊ดโต่ง ซอ โปงลาง แคน โหวด กลองยาวอีสานกลองกันตรึม ซอกันตรึม ซอด้วง ซอตรัวเอก ปี่อ้อ ปี่เตรียง ปี่สไล เมื่อนำมาประสมวงแล้วก็จะได้วงดนตรีพื้นเมืองคือ วงโปงลาง วงแคน วงมโหรีอีสานใต้ วงทุ่มโหม่ง และวงเจรียงเมริน
4) ดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ มีเครื่องดนตรีที่สำคัญ ได้แก่ กลองโนรา กลองโพน โทน ทับ รำมะนา โหม่ง (ฆ้องคู่) ปี่กาหลอ ปี่ไหน กรับพวกภาคใต้ (แตระ) และนำเครื่องดนตรีสากลเข้ามาผสม ได้แก่ ไวโอลิน กีตาร์ เบนโจ แอ็คคอร์เดียน ลูกแซ็ก ส่วนการประสมวงนั้น เป็นการประสมวงตามประเภทของการแสดงแต่ละชนิด
2.1 เพลงไทยประกอบการแสดงโขนละคร รำ และระบำมาตรฐาน เพลงไทยที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดงนาฏศิลป์ไทย โขน ละคร รำ และระบำที่เป็นมาตรฐานนั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
จังหวะเป็นสิ่งที่สำคัญในการการสร้างสรรค์บทเพลง จังหวะเป็นเครื่องกำหนดความช้า ความเร็วของบทเพลง ในดนตรีไทยได้มีการกำหนดให้เป็นกฎเกณฑ์ที่ตายตัวเหมือนดนตรีตะวันตก เพียงแต่จะเป็นการตกลงร่วมกันในหมู่นักดนตรีเองว่า แต่ละเพลงนั้นจะให้บรรเลงด้วยความช้า ความเร็วเพียงใด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ในบางครั้งเพลงๆเดียวกัน บรรเลงโดยนักดนตรีต่างวง จะมีความช้าความเร็วของแต่ละวงไม่เท่ากัน
เพลงไทยทุกๆทำนองเพลง จะใช้ทำนองหนึ่งเป็นหลักในการบรรเลง ทางตะวันตกเรียกว่า "Basic melody" ซึ่งในการประพันธ์ สร้างสรรค์บทเพลงนั้นต้องกำหนดท่วงทำนองเสียก่อนว่าจะใช้ทำนองใด ในหลักวิชาการดนตรีไทย ต้องอาศัยบันไดเสียงทั้ง 7 บันไดเสียงเป็นหลักในการประพันธ์ ในหนึ่งเพลงควรที่จะมีบันไดเสียงอย่างน้อย 2 บันไดเสียง บันไดเสียงทั้งเจ็ดบันไดเสียงของดนตรีไทยจะประกอบไปด้วยเสียงต่างๆ ในหนึ่งบันไดเสียงจะมีทั้งหมด 5 เสียง เรียกว่า "ปัญจมูล"
เมื่อเราทราบว่ากลุ่มเสียงกลุ่มทำนองต่างๆ โดยอาศัยบันไดเสียงทั้ง 7 บันไดเสียงแล้ว เราจึงนำบันไดเสียงต่างๆมาเรียงร้อยเป็นทำนองเพลงต่างๆโดยจะมีท่วงทำนอง กรอ เก็บ ทำนองกรอสลับเก็บ
รูปแบบของเพลงไทยเดิมนั้น คีตกวีหรือนักแต่งเพลงไทยหรือนักแต่งเพลงไทยเดิม จะแต่งทำนองขึ้นก่อนแล้วจึงตั้งชื่อเพลงนั้น สำหรับเนื้อร้องบางครั้งจะเอาเนื้อร้องจากคำประพันธ์ที่ไพเราะในวรรณคดีเรื่องต่างๆ เช่น ขุนช้างขุนแผน อิเหนา รามเกียรติ์ พระอภัยมณี มาใส่ การแต่งเพลงขึ้นตอนแรกจะมีจังหวะปานกลางแต่บางครั้งก็เอาทำนองนั้นไปขยายให้ยาวขึ้น และยุบทำนองให้สั้นลงแล้วนำมาบรรเลงติดต่อกันโดยเริ่มทำนองขยายก่อนด้วยจังหวะช้าเรียกว่าจังหวะ 3 ชั้น ต่อด้วยทำนองเดิมจังหวะปานกลางเรียกว่า 2 ชั้นและต่อด้วยทำนองที่ยุบให้สั้นลงด้วยจังหวะ ที่เรียกว่า ชั้นเดียว ซึ่งเรียกว่า เพลงเถา
รูปแบบของเพลงสากลนั้น มีมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งบทเพลงแต่ละบทเพลงจะมีความแตกต่างจากบทเพลงของไทยอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของการเรียบเรียงบทเพลง ประเภทเพลงของดนตรีสากลที่มีหลากหลายเช่น เพลงศาสนา เพลงที่ใช้ขับร้องกับโอเปร่า เพลงลีลาศ เพลงชาวบ้าน เพลงตะวันตก เพลงแชมเบอร์มิวสิค เพลงกล่อมเด็ก เพลงโซนาตา เพลงเธอเรเนค เพลงพาเหรด เพลงแจ๊ส เพลงซิมโฟนี เป็นต้น ซึ่งบทเพลงในแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ดังนี้ 1. เพลงศาสนา เพลงศาสนาหรือดนตรีศาสนา (Church music หรือ Sacred music) นี้เองมีส่วนทำให้ศาสนาโดยเฉพาะศาสนา คริสต์เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมานับเป็นเวลาที่ยาวนานมาถึงร่วม 7 ศตวรรษเพลงศาสนานี้จัดได้ว่าเป็นคำตรงกันข้ามกับ คำว่า ดนตรีบ้าน (secular music) ดนตรีศาสนาจะขับร้องและบรรเลงกันในวัดหรือโบสถ์ส่วนดนตรีบ้านเป็นดนตรีชาวบ้านที่ฟังหรือบรรเลงกันตามบ้านทั่ว ๆไปเพลงศาสนาประเภทนี้เป็นเพลงประเภทขับร้องที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับศาสนาโดยเฉพาะ มีทั้งประเภทที่ขับร้องเดี่ยว และ ขับร้องประสานเสียง อาจประกอบดนตรีหรือไม่ก็ได้ เพลงศาสนามีหลายชนิด เป็นละครชนิดหนึ่งที่แสดงโดยใช้การร้องเพลงโต้ตอบกันตลอดทั้งเรื่อง
ได้แก่เพลงทุกชนิดที่ใช้ในการลีลาศได้ เช่น เพลงแทงโก วอลท์ช่าช่าช่า ฯลฯ มีทั้งชนิดขับร้องและบรรเลง 4.เพลงชาวบ้าน ในขณะที่ดนตรีศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองอยู่นั้นดนตรีที่ให้ความบันเทิงรื่นเริง ก็ได้มีการเจริญเติบโตไปพร้อมกันมีการนำเอาบทเพลงที่ประกอบไปด้วยจังหวะ และทำนองมาประกอบการดำเนินชิวิตประจำวัน โดยเฉพาะในการประกอบการทำงานต่าง ๆ เช่น เมื่อช่วยกันเกี่ยวข้าวเพลงชาวบ้านโดยมากเป็นเพลงง่าย ๆ การแต่งก็ไม่มีการบันทึกไว้เป็นโน้ตร้องต่อ ๆ กันจนจำได้ มีทำนองซ้ำ ๆ กันหลายต่อหลายท่อนในเพลงแต่ละเพลง เช่นเพลงเต้นกำรำเคียวของไทย หรือในรัสเซียเพลงที่มีชื่อเสียงก็คือ Song of thtvolga boatmen เป็นเพลงของชาวเรือในแม่น้ำโวลก้าพวกชาวเรือเหล่านั้นจะยืนอยู่บนริมฝังและช่วยกันฉุดลากเรือ เพื่อให้แล่นทวนกระแสน้ำพร้อมกับร้องเพลงเพื่อให้จังหวะในการออกแรงอย่างพร้อมเพรียงกัน หรือในอิตาลี เพลง Santa luciaซึ่งเป็นเพลงของชาวเรือ เนเปิลส์เพลงนี้ชาวเรือจะร้องในยามค่ำคืน รำพึงถึงความอ้างว้างของท้องทะเลและความงดงาม เพลงนี้ได้มีการนำมาใส่คำร้องเป็นภาษาไทยและเป็นเพลงประจำของคณะศิลปกรรมของมหาวิทยาลัยศิลปกร (สาเหตุคงเป็นเพราะว่าท่านอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี ท่านเป็นชาวอิตาเลียน) 5.เพลงตะวันตก หมายถึงเพลงที่ขับร้องกันในภาคตะวันตกของสหรัฐ เท่านั้นพวกที่บุกเบิกในการร้องคือ พวกกรรมกรรถไฟ พวกโคบาล พวกพเนจรพวกเจ้าของที่ถือครองเกษตรเพลงลูกทุ่งของไทยจะเรียกว่าเลียนแบบเพลงตะวันตก หรือเพลงชาวบ้านก็ได้เพลงตะวันตกนับได้ว่าเป็นเพลงอเมริกันแท้ เพราะเกิดในอเมริกา และเกิดจากสิ่งแวดล้อมและจิตใจของคนที่อยู่อเมริกา ประกอบขึ้นด้วยเครื่องดนตรี ตั้งแต่ 3 - 7 คนขึ้นไปและบางทีก็มีการร้องแทรกอยู่บ้าง เป็นเพลงสำหรับฟังเล่นเย็น ๆ ให้อารมณ์ผ่อนคลาย เปรียบได้กับเพลงจากวงดนตรีเครื่องสายไทย เพลง Chamber music มักจะต้องประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือเยี่ยมเพราะถ้าใครเล่นผิดพลาดไปคนฟังก็สังเกตได้ 7.เพลงกล่อมเด็ก (Lullaby) เป็นเพลงที่เกิดจากแรงดลใจภายในตัวแม่เพื่อกล่อมลูกให้หลับ แต่แล้วก็กลายเป็นทำนองอันไพเราะไปเพลงกล่อมเด็กแทบทุกเพลงมีทำน้องช้า ๆ โหยหวน ฟังแล้วชวนหลับ 8.เพลงโซนาตา เป็นเพลงที่แต่งขึ้นให้เล่นด้วยเครื่องดนตรีหนึ่งหรือ 2 ชิ้นซึ่งโดยมากมักจะเป็น ไวโอลินกับเปียโน โดยมากเป็นเพลงช้า ๆเล่นให้กับบรรยากาศขณะที่ศิลปินประกอบแต่งเพลงนั้น ๆ เพลง moonlight Sonata ของบีโธเฟน แต่งขึ้นเมื่อมีแสงจันทร์ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างเป็นต้น
เพลงไทยทุกเพลงจะใช้ทำนองหนึ่งเป็นทำนองหลักในการบรรเลง(ทางฝรั่งเรียกว่า Theme หรือ Basic melody) ซึ่งจะบรรเลงโดยเครื่องดนตรีบางชิ้นสำหรับให้เป็นหัวใจหลักของวงเท่านั้นไม่ได้บรรเลง โดยเครื่องดนตรีทุกชิ้นเช่นถ้าเป็นวงปี่พาทย์ผู้ที่บรรเลงทำนองหลักนี้ก็คือ "ฆ้องวงใหญ่" ส่วนเครื่องดนตรีชิ้นอื่นจะบรรเลงทำนองหลักดังกล่าวโดยการแปรให้เป็นแนวเสียง และวิธีบรรเลงที่เหมาะกับบุคลิกของตนเองประสานกันไปซึ่งเรียกแนวการแปรนี้ว่า "ทาง" เช่น "ทางใน" จะหมายถึงทำนองเพลงที่บรรเลงโดยแปรให้เป็นไปตามลักษณะเสียงของปี่ในเป็นต้นทำนองเพลงไทยนอกจากจะมีสำเนียงไทยแล้ว ยังมีสำเนียงเพลงที่เป็นชาติใกล้เคียงได้ เช่น ลาว พม่า มอญ เขมร ฝรั่ง แขก จีน เป็นต้น ตัวอย่างทำนองเพลงไทย
ทำนองเพลงสากลและเพลงไทยสากลเป็นเพลงที่มีจังหวะและทำนองที่ง่ายๆ และเป็นเพลงที่มีจังหวะต่างจากเพลงไทยเดิม ฟังแล้วทำให้รู้เกิดความสนุกสนาน ซึ่งมีลักษณะจังหวะที่แตกต่างกันไปการฝึกร้องเพลงให้ไพเราะนั้น เราต้องร้องให้ถูกต้องตามจังหวะ และทำนองเพลง ซึ่งสามารถกำหนดสัญลักษณ์แทนจังหวะได้นอกจากการใช้สัญลักษณ์แทนจังหวะ แล้วถ้านักเรียนเคยดูการแสดงดนตรีบางประเภทจะสังเกตเห็นผู้ควบคุมวงยืนอยู่ข้างหน้าวงคอยให้สัญญาณมือเพื่อบอกแก่นักดนตรี ดังนั้นเราจึงสามารถใช้สัญญาณมือแทนทำนองเพลงได้เพลงไทยสากลที่ใช้ในพิธีการต่างๆที่เราควรรู้จักและฝึกร้องให้ถูกต้อง ได้แก่ เพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเป็นเพลงที่เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
จังหวะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของบทเพลงแต่ละประเภท จังหวะนี้เป็นสิ่งที่สามารถบอกได้ว่าเพลงแต่ละบทเพลงนั้นมีอารมณ์ ความรู้สึก ของบทเพลงแต่ละบทเพลงนั้นเป็นเช่นไร จังหวะของเพลงไทยเดิมนั้นมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งจะมีเครื่องดนตรีทำหน้าที่บรรเลง เป็นเครื่องดนตรีกำกับจังหวะและประกอบจังหวะ ดังต่อไปนี้
ซึ่งเครื่องดนตรีเหล่านี้จะทำหน้าที่บรรเลงกำกับและประกอบจังหวะไปตามจังหวะ ซึ่งทางวิชาการดนตรีไทยเรียกว่า "หน้าทับ"และฉิ่งจะทำหน้าที่กำหนดจังหวะ ที่เรียกว่า "จังหวะฉิ่ง"
จังหวะของดนตรีสากล มีหน้าที่กำกับจังหวะในบทเพลง แต่จะไม่ได้มีหน้ากำหนดความสั้นยาวของบทเพลงเหมือนดนตรีไทย จังหวะของดนตรีสากลจะทำหน้าที่เพื่อทำให้เพลงนั้นๆมีอารมณ์เพลงที่สามารถเข้าใจถึงอารมณ์ของเพลง ต่างๆ โดยจังหวะของดนตรีสากลจะถูกบรรเลงโดยเครื่องกระทบต่างๆโดยมีการกำหนดอัตราจังหวะออกเป็นอัตราจังหวะ ไม่ได้เป็นจังหวะหน้าทับเหมือนดนตรีไทย
เพลงเดือนเพ็ญ มีการกำหนดอัตราจังหวะไว้ที่ 4 : 4 ดังรูปตัวอย่าง ดนตรีเป็นโสตศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับเสียงและเวลาเวลาในทางดนตรีถูกกำหนด โดยใช้เครื่องหมายกำหนดจังหวะเป็นตัวเลขคล้ายกับเลขเศษส่วนแต่ไม่มีเส้นตรงขีดระหว่างตัวเลขบนและล่าง
ความหมายของตัวเลขในการกำหนดจังหวะของดนตรีสากล
ในการประสานเสียงของดนตรีไทย คือ การทำเสียงดนตรีพร้อมกัน 2 เสียง พร้อมกันเป็นคู่ขนานหรือเหลื่อมล้ำกันตามลีลาเพลงก็ได้ ในการประสานเสียงของดนตรีสากล ก็คือการเรียบเรียงเสียงของเครื่องดนตรี เสียงของนักร้อง ที่มีระดับต่างกัน สูงบ้างต่ำบ้าง บรรเลงหรือเปล่งเสียงออกมาพร้อมๆกัน ในเสียงเดียวกันแต่ต่างระดับ หรืออาจจะเป็นขั้นคู่ เช่นเดียวกับดนตรีไทยก็ได้ซึ่งเสียงที่จะประสานกันนั้นต้องผสมผสานอย่างกลมกลืน เกิดความไพเราะงดงาม การประสานนั้นจะประสานกับแนวทำนองหลักหรือทำนองของเพลงนั้นๆ การประสานเสียงของดนตรีสากลนั้นจะมีเอกลักษณ์ในการประสานเสียง ซึ่งฟังแล้วเกิดความไพเราะงดงาม ชวนฟังเป็นยิ่งการประสานเสียงของดนตรีสากลเป็นการทำให้พื้นผิวของบทเพลงมาความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ดนตรีไทยและดนตรีสากล มีองค์ประกอบต่างๆที่คล้ายคลึงกันแต่ไม่ใช่ทั้งหมด องค์ประกอบต่างๆของดนตรีไทยและดนตรีสากลต่างก็มีเหมือนกัน ส่วนที่ต่างนั้นก็คือ ลักษณะการใช้ที่แตกต่างกัน ซึ่งดนตรีไทยและดนตรีสากล ต่างก็มีเอกลักษณ์ในการใช้องค์ประกอบต่างๆของดนตรีเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมดนตรีของตนเอง เพื่อแสดงเอกลักษณ์ความเป็นชาติของแต่ละวัฒนธรรมดนตรี
|