|

เป็นความสามารถของผู้รับงาน การแสดงที่จะต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งถึงสภาพของงานว่าเป็นการจัดการแสดงในงานประเภทไหน มีสถานที่อย่างไร มีเวลาในการแสดงมากน้อยเท่าไร มีงบประมาณเพียงใด คำถามต่างๆเหล่านี้ผู้จัดการแสดงต้องนำมาวิเคราะห์ให้เกิดความเข้าใจจึงวางแผนการจัดการแสดง

การจัดงานในสังคมไทยมีงานอยู่หลายประเภท อาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆอยู่ได้ 2 อย่าง คือ
2.2.1 งานมงคล เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง เช่น งานบวช งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ งานฉลองยศ ตำแหน่ง งานวันเกิด งานเทศกาลต่าง ๆ ของท้องถิ่น การจัดงานต้องมีความสนุกสนานรื่นเริง ชื่นชมยินดี ยกย่องให้เกียรติ สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียด การแสดงที่เหมาะสมกับงานมงคล ได้แก่ รำอวยพรต่าง ๆ การนำบทกลอนอวยพรที่ไพเราะมาใส่ทำนองเพลงและรำตามบท หรือรำอวยพรที่มีบทร้องอยู่แล้ว เช่น ระบำไตรรัตน์ ระบำกฤดาภินิหาร ระบำเทพบันเทิง ระบำดาวดึงส์ เป็นต้น

ระบำไตรรัตน์ |

ระบำเทพบันเทิง |
การแสดงในงานมงคลมีข้องห้ามคือ ไม่ควรจัดการแสดงที่มีความเศร้าโศก การลาจาก ความพลัดพราก ไม่สมหวัง เพราะถือว่าเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสม
การจัดการแสดงที่มีการเฉลิมฉลองในท้องถิ่น ควรเป็นการจัดการแสดงที่มีผู้แสดงเป็นจำนวนมาก เช่น รำโคม แห่มังกร ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน เป็นต้น
*รำโคม ฟ้อนเทียน นิยมแสดงในยมค่ำคืน เพราะแสงเทียนและโคมจะทำให้สวยงามมาก โขนและ ละคร ในนิยมจัดแสดงในภาคกลาง
2.2.2 งานอวมงคล คืองานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความเศร้าโศก เสียใจ ผิดหวัง อาลัยรักผู้จากไป ส่วนมากจะเป็นงานจัดพิธีศพ เช่น การแสดงสลับช่วงการสวดพระอภิธรรมศพ และการแสดงก่อนการฌาปนกิจศพ ที่เรียกว่า การแสดงหน้าไฟ ที่นิยมแสดง เช่นรำมโนราห์ รำมอญร้องไห้ การแสดงโขนตอนลักพานางสีดา ตอนนางลอย เป็นต้น ซึ่งเป็นการแสดงเกี่ยวกับเนื้อหาที่มีการสูญเสีย การจากไป ความเศร้าโศก เสียใจ แต่สอดแทรกคติสอนใจ ความงดงามของท่ารำ เพลงร้องที่มีทำนองช้า โหยหวน เศร้าโศก จากวงปี่พาทย์
2.2.3 การออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์การแสดง อุปกรณ์การแสดงมีความสำคัญต่อชุดการแสดงเป็นอย่างมาก เพราะอุปกรณ์การแสดงเป็นเครื่องบ่งชี้เอกลักษณ์ของชุดการแสดงนั้นๆ เช่น
ซึ่งอุปกรณ์การแสดงต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้จัดการแสดงสามารถสร้างสรรค์ขึ้นเองได้ โดยให้คำนึงถึงหลักการออกแบบดังนี้
1. ประโยชน์ของอุปกรณ์ที่ใช้ ควรให้มีความแข็งแรงสามารถนำมาใช้ได้หลาย ๆ ครั้ง และดัดแปลงไปใช้กับชุดการแสดงได้หลาย ๆ ชุด และมีการบำรุงรักษาทุกครั้งที่ใช้
2 การประหยัด การออกแบบต้องยึดหลักการประหยัด ในการซื้อวัสดุ ไม่ควรเลือกที่มีราคาแพงมาก เกินไป และควรเป็นอุปกรณ์ ที่หาง่ายในท้องถิ่น
3. ความปลอดภัย ในการออกแบบอุปกรณ์การแสดง ควรต้องใช้วัสดุที่ไม่มีพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อตัวผู้แสดง และทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น สีอันตราย โฟม วัสดุมีคม และควรคำนึงถึงวัสดุธรรมชาติที่ปลอดภัย





ให้นักเรียนร่วมกันออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์การแสดงตามความสนใจ โดยใช้วิธีการทำโครงงานดังนี้
1. กำหนดปัญหาความต้องการว่าจะสร้างสรรค์อุปกรณ์การแสดงอะไร และเพื่อประกอบการแสดงชนิดไหน
2. เก็บรวบรวมข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับปัญหาหรือความต้องการ และหาวิธีการสร้างสรรค์ ออกแบบอุปกรณ์การแสดงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
3. เลือกวิธีการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ และใช้อย่างคุ้มค่า
4. ขั้นลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้
5. ขั้นทดลองใช้ นำสิ่งประดิษฐ์มาทดลอง
6. ขั้นปรับปรุงแก้ไข เมื่อพบข้อบกพร่องก็ทำการปรับปรุงแก้ไข
7. ขั้นประเมินผล หลังปรับปรุงแล้ว นำมาประเมินผลว่า อุปกรณ์นั้นสามารถใช้งานการแสดงได้ดีหรือไม่ คุ้มค่ากับต้นทุน และมีความสวยงามเหมาะสมเพียงใด และจดบันทึกไว้

|