<< Go Back

       
           เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ที่ใช้สำหรับอธิบายลักษณะทางกายภาพ ตำแหน่ง ที่ตั้งและทิศทางของทรัพยากร และสิ่งต่างๆ ในจังหวัด ทำให้เรียนรู้เนื้อหาทางภูมิศาสตร์ ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

                     แผนที่  หมายถึง  แผนภาพที่แสดงสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏบนพื้นผิวโลก  ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยใช้มาตราส่วนย่ออย่างถูกต้องและใช้สัญลักษณ์แสดงสิ่งต่างๆ

          สำหรับข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ในแผนที่ หมายถึง สิ่งต่างๆที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น  นำมาถ่ายทอดลงบนแผนที่ โดยมีมาตราส่วนตามที่กำหนด และใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆเหล่านั้น เช่น เทือกเขา แม่น้ำ  ที่ตั้งจังหวัด ถนน ทางรถไฟ เขื่อน วัด โรงเรียน  เป็นต้น

         ไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปไหนก็ตามคนไทยมักเห็นว่าในหลวงทรงถือแผนที่อยู่แผ่นหนึ่งไว้เสมอ สมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าถึงเรื่อง “แผนที่ของในหลวง” นี้ไว้ในรายการวิทยุ “พูดจาภาษาช่าง” ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ว่า “แผนที่แผ่นหนึ่งของท่านค่อนข้างจะกว้างกว่าแผนที่ที่ใครๆ เห็นกันทั่วไป เพราะท่านเอาหลายๆ ระวางมาแปะติดกัน การปะแผนที่เข้าด้วยกัน ท่านทำอย่างพิถีพิถัน แล้วถือว่าเป็นงานที่ใครจะมาแตะต้องช่วยเหลือไม่ได้เลยทีเดียว ก่อนที่จะเสด็จไหน ท่านจะเตรียมทำแผนที่และศึกษาแผนที่นั้นโดยละเอียด ท่านได้ตัดหัวแผนที่นั้นออกแล้วส่วนที่ตัดออกนั้นทิ้งไม่ได้ ท่านจะค่อยๆเอากาวมาแปะติดกัน สำนักงานของท่านคือ ห้องกว้างไม่มีเก้าอี้ มีพื้น แล้วท่านก้มอยู่กับพื้น แล้วกาวติดกับแผนที่เข้าด้วยกัน แล้วหัวกระดาษต่างๆ ท่านก็ค่อยๆ ตัดแล้วแปะเรียงกัน แล้วหัวแผนที่ใหม่เพื่อจะได้ทราบว่าแผนที่นั้นเป็นแผนที่อันใหญ่ของท่าน ท่านทำจากแผนที่ระวางใดบ้าง แล้วเวลาเสด็จไปก็ต้องไปถามชาวบ้านว่าสถานที่นั้นอยู่ที่ไหนทิศเหนือมีอะไร ทิศใต้มีอะไร ท่านถามหลายๆ คน แล้วตรวจสอบไปมา ระหว่างคนที่ถามนั้นดูจากแผนที่ ว่าแผนที่อันนั้นถูกต้องดีหรือไม่ น้ำไหลจากไหนไปที่ไหน

          1. ด้านการเมืองการปกครอง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศชาติให้คงอยู่ จำเป็นจะต้องมีความรู้ในเรื่องภูมิศาสตร์การเมือง หรือที่เรียกกันว่า "ภูมิรัฐศาสตร์" และเครื่องมือที่สำคัญของนักภูมิรัฐศาสตร์ ก็คือ แผนที่ เพื่อใช้ศึกษาสภาพทางภูมิศาสตร์และนำมาวางแผนดำเนินการเตรียมรับ หรือแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อย่างเช่น แนวพรมแดนระหว่างประเทศ จำเป็นต้องอาศัยแผนที่ในการวางแผนดำเนินการ เตรียมรับหรือแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างถูกต้อง แผนที่ในกิจกรรมทางการเมือง นอกจากแผนที่แนวเขตแดน ซึ่งสำคัญแล้ว ยังต้องเกี่ยวข้องกับแผนที่ต่างๆ มากมาย
           2. ด้านการทหาร ในการพิจารณาวางแผนทางยุทธศาสตร์ของทหาร จำเป็นต้องหาข้อมูล หรือข่าวสารที่เกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์ และตำแหน่งทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องแน่นอน เกี่ยวกับระยะทาง ความสูง เส้นทาง ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญ
           3. ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านเศรษฐกิจ เป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นอยู่ ของประชาชนภายในชาติ เพราะฉะนั้นทุกประเทศ ก็มุ่งที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของตน เพื่อความมั่งคั่ง และมั่นคง การดำเนินงานเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคที่ผ่านมา แผนที่ เป็นสิ่งแรกที่ต้องผลิตขึ้นมา เพื่อการใช้งานในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ก็ต้องอาศัยแผนที่เป็นข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้ทราบทำเลที่ตั้ง สภาพทางกายภาพแหล่งทรัพยากร และแผนที่ยังช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับภาพรวม และความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ได้มากขึ้น ทำให้วางแผน และพัฒนาเป็นไปได้อย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ
           4. ด้านสังคม สภาพแวดล้อมทางสังคม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ที่เห็นชัดคือสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยแผนที่เป็นสำคัญ และอาจช่วยให้การดำเนินการวางแผน พัฒนาสังคมเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง
           5. ด้านการเรียนการสอน แผนที่เป็นตัวส่งเสริมกระตุ้นความสนใจ และก่อให้เกิดความเข้าใจในบทเรียนดีขึ้น ใช้เป็นแหล่งข้อมูลทั้งทางด้านกายภาพ ภูมิภาค วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สถิติ และการกระจายของสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และปรากฏการณ์ต่างๆ ใช้เป็นเครื่องช่วยแสดงภาพรวมของพื้นที่ หรือของภูมิภาค อันจะนำไปศึกษาสถานการณ์ และวิเคราะห์ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์ของพื้นที่
            6. ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว แผนที่มีความจำเป็นต่อนักท่องเที่ยว ในอันที่จะทำให้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย สะดวกในการวางแผนการเดินทาง หรือเลือกสถานที่ท่องเที่ยวตามความเหมาะสม

     ประโยชน์ของแผนที่ (Map'Advantage)
           1. ด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน ผู้ใช้แผนที่จะได้รับประโยชน์ดังนี้
                 1.1 การเดินทาง ใช้แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคม ถนน และรถประจำทาง เป็นต้น
                  1.2 สภาพลมฟ้าอากาศ ทราบถึงลักษณะของลมฟ้าอากาศในท้องถิ่นแต่ละวัน
           2. ด้านการศึกษา ใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนช่วยให้เข้าใจเรื่องที่ศึกษาได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น
           3. ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม แผนที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของภูมิอากาศ และท้องถิ่นต่างๆ ดังนี้
                 3.1 พัฒนาการท่องเที่ยว ใช้แผนที่เป็นเครื่องมือเดินทางท่องเที่ยว
                 3.2 พัฒนาการสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น
                 3.3 พัฒนาการอนามัย การสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของประชากร
           4. ด้านการปกครอง และงานราชการ แผนที่ช่วยเสริมงานราชการดังนี้
                 4.1 กำหนดอาณาเขตของจังหวัด และประเทศให้แน่นอน
                 4.2 การเดินทางปฏิบัติราชการยังท้องถิ่นทุรกันดารมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
           5. ด้านการทหาร แผนที่มีประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์การทหาร เช่น ทราบถึงเส้นทางการเดินทัพ ทำเลที่ตั้ง และสภาพภูมิประเทศของพื้นที่สงคราม เป็นต้น

          แผนที่แบ่งออกได้หลายชนิด หลายประเภท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ ที่จะนำมาใช้ในการแบ่งแผนที่ ที่แต่ละชนิดแต่ละประเภทก็จะมีข้อจำกัด ในการใช้งานแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจำเป็นต้องเลือกใช้แผนที่ให้เหมาะสม เพื่อจะได้ข้อมูลอย่างที่เราต้องการ
           สำหรับแผนที่ ที่นักเรียนควรทำความรู้จักในชั้นนี้ เป็นแผนที่ที่จำแนกตามลักษณะของแผนที่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
                   1) แผนที่ภูมิประเทศ
                   2) แผนที่เฉพาะเรื่อง
                   3) แผนที่เล่ม

          เป็นแผนที่แสดงรูปร่าง  ลักษณะความสูงต่ำของภูมิประเทศ  รวมทั้งจะมีข้อมูลในเรื่องอื่นๆ รวมอยู่ด้วย

แผนที่แสดงลักษณะภูมิลักษณ์ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

แผนที่ประเทศไทยแบ่งเป็นจังหวัดต่างๆ

 

           เป็นแผนที่แสดงข้อมูลลักษณะเฉพาะ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น แผนที่ป่าไม้ ก็จะแสดงข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้  แผนที่ภูมิอากาศ ก็จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

          เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แอตลาส (Atlas) เป็นแผนที่ที่รวบรวมนำเอาแผนที่ชนิดต่างๆ รวมเข้ามาไว้ในเล่มเดียวกัน

           แผนที่ดังกล่าวข้างต้น จะมีข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดของเราอยู่ ซึ่งในการใช้งาน เราจำเป็น ต้องใช้แผนที่หลายแบบมาผสมผสานกัน จึงจะได้ข้อมูลอย่างหลากหลาย และได้ข้อมูลรอบด้าน

           การศึกษาการใช้แผนที่ จะทำให้สามารถอธิบายข้อมูล ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของแผนที่ได้ เนื่องจากแผนที่แผ่นหนึ่งๆ จะมีข้อมูลบรรจุไว้มากทั้งในรูปของลายเส้น  สัญลักษณ์  สี  ดังนั้น ในการใช้งานเราจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญของแผนที่ ซึ่งองค์ประกอบที่นักเรียนควรเรียนรู้ และจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ได้แก่

          เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับให้ผู้ใช้ ได้ทราบว่าเป็นแผนที่เรื่องอะไร แสดงรายละเอียดอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ใช้ได้อย่างถูกต้อง และตรงความต้องการ โดยปกติชื่อแผนที่จะมีคำอธิบายเพิ่มเติมแสดงไว้ด้วย เช่น แผนที่ประเทศไทยแสดงเนื้อที่ป่าไม้ แผนที่ระเทศไทยแสดงการแบ่งภาค และเขตจังหวัด  เป็นต้น

      คือ เครื่องหมายที่กำหนดขึ้น เพื่อใช้แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ซึ่งจะปรากฏออกมาเป็นรูป  สี ลายเส้น  จุด หรืออื่นๆ ซึ่งจะมีคำอธิบายกำกับการใช้ว่า สัญลักษณ์ดังกล่าวนั้น  หมายถึงอะไร  ดังตัวอย่าง

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งต่างๆ ในแผนที่

 

ตัวอย่างแผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

             แผนที่จังหวัดของเรา  จะให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับจังหวัดของเราในเรื่องต่างๆ   เช่น ตำแหน่ง  ระยะทาง และทิศของทรัพยากรและสิ่งต่างๆในจังหวัด  ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัด  ตลอดจนลักษณะทางกายภาพ ที่มีผลต่อสภาพสังคม ซึ่งสามารถจะนำข้อมูลนั้นมาใช้ประโยชน์ได้

            ในที่นี่จะขอยกตัวอย่างการ ใช้แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา มาเป็นตัวอย่างในการศึกษา  ดังนี้

                     เป็นภาพที่ถ่ายลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ต่างๆ เช่น ภาพถ่ายภูเขา แม่น้ำ ทะเล ที่ราบ ภาพถ่ายทางอากาศ  ภาพจากดาวเทียม เป็นต้น ภาพถ่ายจึงเป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ อีกประเภทหนึ่งที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดของเราได้  ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

          1) ภาพถ่ายทางภูมิศาสตร์  เป็นภาพถ่ายปกติธรรมดาทั่วไป แต่ภายในภาพจะมีข้อมูลลักษณะทางกายภาพ จังหวัดของเราปรากฏอยู่  เช่น ภาพถ่ายภูเขา น้ำตก ชายฝั่งทะเล เขื่อนหรือที่ตั้งแหล่งชุมชนของจังหวัด เป็นต้น  ภาพถ่ายประเภทนี้ดูง่าย เข้าใจง่าย แต่ให้ข้อมูลจำกัดเฉพาะบริเวณที่ถ่ายเท่านั้น


ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายปกติ ทำให้รู้ข้อมูลลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันชัดเจนทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และแอ่งน้ำ

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายปกติ แสดงให้เห็นต้นไม้ ทะเล และท้องฟ้า

          2) ภาพถ่ายทางอากาศ  เป็นภาพถ่ายที่ถ่ายจากอากาศยาน เช่น เครื่องบิน บอลลูน เป็นต้น มีทั้งภาพที่ถ่ายลงมาในแนวตั้ง และภาพที่ถ่ายลงในแนวเฉียง ภาพถ่ายเหล่านั้นจะแสดงสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏบนพื้นผิวโลกในมุมกว้าง ในกรณีที่เป็นจังหวัดใหญ่   ภาพถ่ายทางอากาศภาพเดียว จะครอบคลุมพื้นที่ไม่หมด ต้องใช้ภาพถ่ายทางอากาศมาเรียงต่อกันหลายภาพ

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายทางอากาศที่แสดงให้เห็นความแตกต่างของพื้นที่สูงต่ำ เป็นภูเขา ไหล่เขา และหุบเขา

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายทางอากาศ แสดงให้เห็นพื้นที่ในมุมกว้าง
เห็นเส้นทางการคมนาคม การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน ต้นไม้หนาแน่นเป็นบางจุด

ภาพถ่ายทางอากาศ

แผนภาพสรุปประโยชน์ของแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ


          3)  ภาพจากดาวเทียม   เป็นภาพที่ได้มาจากดาวเทียม ซึ่งดาวเทียมจะแปลข้อมูล และส่งสัญญาณมายังพื้นโลก ภาพจากดาวเทียมถ่ายจากมุมสูง  ดังนั้น ภาพที่ได้จึงมีรัศมีครอบคลุมพื้นที่ในบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด  รวมทั้งสามารถถ่ายเน้นเฉพาะบางพื้นที่ก็ได้
      ในปัจจุบัน ภาพจากดาวเทียมมีความคมชัดมาก และนำมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลาย  เช่น  การสำรวจพื้นที่ป่าไม้  การสำรวจแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ  เป็นต้น

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม แสดงให้เห็นลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าทึบ แน่นไปด้วยต้นไม้

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม แสดงให้เห็น รัศมีของพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
และแสดงให้เห็นลักษณะภูมิประเทศในทวีปเอเชียหลายประเทศ มีทั้งพื้นดิน และพื้นน้ำ แสดงถึงความสูงต่ำของพื้นท
ี่

แผนภาพสรุปประโยชน์ของแผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม

    << Go Back