
งานออกแบบเกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้อย่างไร การออกแบบ (DESIGN) การออกแบบหมายถึงอะไร มีผู้ให้ความหมายของการออกแบบไว้หลายแนวคิด เช่น COLUMBIA ENCYCLOPEDIA ให้ความหมายว่า “การออกแบบ คือ การวางโครงการหรือการจัดเส้น (LINE) รูปทรง (FORM) มวล (MASS) บริเวณว่าง (SPACE) ในแบที่สร้างความพอใจให้แก่ผู้พบเห็น” อารี สุทธิพันธ์ ให้ความหมายว่า “การออกแบบ หมายถึง1. การรู้จักเลือกวัสดุ วิธีการเพื่อทำตามที่ต้องการนั้น โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบ และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดตามความคิดสร้างสรรค์ 2. การปรับปรุงแบบผลงานที่มีอยู่แล้ว หรือสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้วให้เหมาะสม ให้มีความแปลกใหม่เพิ่มขึ้น” วิรุณ ตั้งเจริญ ให้ความหมายว่า “การออกแบบ คือ การวางแผนจัดส่วนประกอบของการออกแบบ ให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอย วัสดุและการผลิตสิ่งของที่ต้องการออกแบบนั้น” สิทธิศักดิ์ ธัญศรีสวัสดิ์กุล ให้ความหมายว่า “การออกแบบเป็นกิจกรรม อันสำคัญประการหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีอยู่ในความคิด (IDEA) อันอาจจะเป็นโครงการ หรือรูปแบบที่นักออกแบบ กำหนดขึ้นด้วยการจัดท่าทาง ถ้อยคำ เส้น สี แสง เสียง รูปแบบ และวัสดุต่างๆ โดยมีกฎเกณฑ์ทางความงาม” จากทัศนะดังกล่าวพอสรุปได้ว่า การออกแบบหมายถึง “การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ (CREATE NEW FORM) ให้เกิดขึ้น หรือการปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยมีการวางแผน อย่างเป็นกระบวนการนับตั้งแต่การคิดแบบ เลือกสรรวัสดุ วิธีการสร้าง จนถึงขั้นลงมือปฏิบัติผลิตออกมาเป็นผลงาน เพื่อให้เกิดเป็นรูปทรงตรงตามด้านประโยชน์ใช้สอย และมีความงามตามต้องการ
และการออกแบบประยุกต์ศิลป์
1. การออกแบบวิจิตรศิลป์คือ การออกแบบที่มุ่งเน้นเสนอความงาม และอารมณ์สะเทือนใจเป็นสำคัญ
เช่น การออกแบบในงานจิตรกรรม การออกแบบที่มุ่งเน้นทางด้านประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ และความงามควบคู่กัน เช่น
การออกแบบตกแต่ง การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบพาณิชย์ศิลป์ การออกแบบตกแต่ง 1. การตกแต่งอาคารหรืองานสถาปัตยกรรม นับเป็นการออกแบบตกแต่งประเภทหลัก (MAJOR DECORATIVE ARTS) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การออกแบบตกแต่งภายใน และการออกแบบตกแต่งภายนอก 1.1 การออกแบบตกแต่งภายใน 1.2 การออกแบบตกแต่งภายนอก (EXTERIOR DESIGN) เป็นการออกแบบ ตกแต่งบริเวณภายนอกอาคาร ให้สัมพันธ์กับตัวอาคาร เช่น การออกแบบตกแต่งสวน สนาม ทางเดิน การออกแบบตกแต่งหน้าร้าน การออกแบบตกแต่งภายนอกของอาคาร ทางพุทธศาสนาอย่างวิจิตรงดงาม และการออกแบบร้านในงานมหกรรม เป็นต้น
2. การออกแบบตกแต่งเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก (MINOR DECORATIVE
ARTS) เป็นการออกแบบตกแต่งผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กที่เรียกว่า “จุลศิลป์”
การออกแบบผลิตภัณฑ์ (PRODUCT DESIGN) คือ การออกแบบสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำมาผลิต ให้ได้จำนวนมากในรูปแบบของสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งมีคุณค่าทางประโยชน์ใช้สอย และคุณค่าทางความงาม จะผลิตด้วยเครื่องจักร หรือวิธีการอื่นก็ได้ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อบริโภค ผลิตภัณฑ์เพื่อบริการ ผลิตภัณฑ์ เพื่อการผลิต และผลิตภัณฑ์ เพื่อการคมนาคม 1. ผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภค ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป เช่น เครื่องครัว เครื่องเรือน เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องเล่น และเครื่องไฟฟ้า เป็นต้น 2. ผลิตภัณฑ์เพื่อบริการ ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน และธุรกิจบริการที่เป็นเครื่องใช้ในร้านค้า ภัตตาคาร ร้านเสริมสวย เช่น เครื่องคิดเลข เครื่องเก็บเงิน เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรศัพท์ เครื่องชั่ง และตู้เครื่องดื่มชนิดหยอดเหรียญ เป็นต้น 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อการผลิต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องจักรกลที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมและงานเกษตรกรรม เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องนวดข้าว เครื่องสีข้าว เครื่องพิมพ์ และรถแทรกเตอร์ เป็นต้น4. ผลิตภัณฑ์เพื่อการคมนาคม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในการสัญจรเดินทาง เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือยนต์ และเครื่องบิน เป็นต้น
การออกแบบพาณิชย์ศิลป์(COMMERCIAL DESIGN) คือ การออกแบบที่มีลักษณะคล้ายการออกแบบ ตกแต่ง การออกแบบผลิตภัณฑ์
และการออกแบบสื่อสาร แต่ต่างกันที่เน้นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์
เพื่อผลทางการค้า หรือผลประโยชน์ที่จะได้รับตอบแทน เช่น การออกแบบโฆษณา
การออกแบบสื่อสาร (COMMUNICATION DESIGN) คือ การออกแบบที่มีวัตถุประสงค ์มุ่งสร้างความเข้าใจระหว่างกันของบุคคล ในสังคมโลกมนุษย์ เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสาร เข้าใจกัน และจดจำได้ง่ายโดยใช้ภาษาในรูปแบบตัวอักษร ภาพ และเสียง ได้แก่ การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น การออกแบบปกหนังสือ โปสเตอร์ แผ่นพับ ภาพประกอบ ตัวอักษร และบัตรต่างๆ เป็นต้น ภาพหน้าปกหนังสือสื่อให้รู้ถึงชื่อหนังสือภาพประกอบในเล่มและชื่อผู้แต่ง การออกแบบแผ่นป้าย เช่น แผ่นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ เครื่องหมายการค้า
การออกแบบสื่อเทคโนโลยี เช่น การออกแบบประชาสัมพันธ์โฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ความสำคัญของการออกแบบกับชีวิตประจำวัน การออกแบบ มีคุณค่ากับชีวิตประจำวันของมนุษย์ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านสุนทรียภาพ และด้านการสื่อสาร
1. ด้านประโยชน์ใช้สอย (FUNCTION)ได้แก่ การออกแบบที่ให้คุณค่าทางกาย เช่น เครื่องถ้วยชามมีไว้ ใช้ใส่อาหาร และน้ำดื่ม บ้านเรือนมีไว้อยู่อาศัย เครื่องเรือนมีไว้นั่ง นอน เก็บของ และเครื่องนุ่งห่มมีไว้ใช้ปกปิดร่างกาย กันความหนาวเย็น และกันอุจาดตา เป็นต้น 2. ด้านสุนทรียภาพ(AESTHETIC) ได้แก่ การออกแบบที่ให้คุณค่าทางด้านจิตใจ อารมณ์ความรู้สึก เช่น ความงามที่เกิดจากการออกแบบตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน ความงามที่เกิดจากการออกแบบประดับตกแต่ง ในสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนา ความงามจากการจัดส่วนประกอบทางศิลปะในงานจิตรกรรม และความงามที่สัมผัสรับรู้ได้ จากผลิตภัณฑ์หีบห่อ เป็นต้น
3. ด้านการสื่อสาร (COMMUNICATION) ได้แก่ การออกแบบที่ให้คุณค่าทางการสร้างความเข้าใจ ระหว่างกันในสังคม เช่น การออกแบบภาษาภาพในรูปสัญลักษณ์ เครื่องหมาย งานจิตรกรรม ประติมากรรม ที่แสดงเนื้อหาของความไม่เท่าเทียม การกดขี่กันในสังคม และงานกราฟิกบนสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ เป็นต้น
ภาพวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2351 ( THE THIRD OF MAY 1808) ผลงานของ ฟรันซิส โก โจเซ เด โกยา( FRANCISCO JOSE DE GOYA ) จิตรกรชาวสเปน เป็นภาพแสดงการสื่อสารถึงการถูกย่ำยี เข้ายึดครองประเทศสเปนของทหารฝรั่งเศส ที่สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นจากคำถามที่ว่า "งานออกแบบเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้อย่างไร" นั้นก็อาจสรุปได้ว่า มนุษย์เราออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องมือหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดคุณค่าทางความงาม ซึ่งมีผลต่อจิตใจ และด้านการสื่อสารสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน
|