<< Go Back

            ทัศนศิลป์ไทยมีคุณค่าและความงามอย่างไร

 

สมาธิ(บรอนซ์)นนธิวรรธน์จันทนะผะลิน

 

“สมาธิ” ประติมากรรมบรอนซ์ ผลงานของ นนธิวรรธน์  จันทนะผลิน

 

เรามองเห็นอะไร

            นักเรียนลองมองผลงานประติมากรรมบรอนซ์ของ นนธิวรรธน์  จันทนะผลิน ด้วยความตั้งใจและพินิจพิจารณาด้วยใจอย่างรอบคอบแล้ว ตอบคำถามต่อไปนี้

1.            นักเรียนมองเห็นอะไรบ้าง

2.            เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร

3.            นักเรียนเข้าใจความหมายที่ศิลปินต้องการสื่อออกมาหรือไม่

4.            นักเรียนคิดว่าผลงานชิ้นนี้มีคุณค่าและความงามอย่างไรบ้าง

แนวคำตอบ  นักเรียนคิดแบบนี้หรือไม่

1.                นักเรียนมองเห็นภาพผลงานประติมากรรม หล่อด้วยบรอนซ์ เป็นภาพบุรุษ บุคลิกและการแต่งกายคล้ายพระ กำลังยืนสงบนิ่งทำสมาธิโดยมีแสงสว่างส่องมาจากเบื้องบน

2.                เห็นแล้วรู้สึกปิติเกิดความสงบ และเลื่อมใสศรัทธาตามไปด้วย

3.                เข้าใจว่า ศิลปินหรือประติมากรต้องการสื่อความหมายถึงการมีสมาธิ และความสงบนิ่งจะทำให้เกิดความสุขอย่างแท้จริง

4.                ผลงานชิ้นนี้มีคุณค่าทางด้านจิตใจ ช่วยยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น เกิดสติและความยั้งคิดว่า ความสงบเป็นหนทางแห่งความสุข และมีคุณค่าทางความงาม กล่าวคือ มีความงามของรูปร่าง รูปทรง และพื้นผิวที่สัมพันธ์กลมกลืน และเรียบง่าย นำพาจิตใจของเราให้สงบ และความงามของแสง และเงา ที่มีการไล่น้ำหนักไปทีละน้อยจากเข้มแล้วค่อยๆ สว่าง เปรียบความสว่างเป็นความดี ความมืดเป็นความชั่ว ความสว่างกำลังมาขับไล่ความมืด หรือความดีกำลังขับไล่ความชั่วนั่นเอง

คุณลักษณะของงานประติมากรรมของนนธิวรรธน์  จันทนะผลิน มีความเป็นงานประติมากรรมไทยทั้งรูปแบบและเนื้อหา ซึ่งหากนักเรียนอ่านต่อไป ก็จะมีความกระจ่างชัดยิ่งขึ้น

 

 

            ความหมายของงานทัศนศิลป์ไทย

            ทัศนศิลป์ไทย หมายถึง ผลงานศิลปะที่มองเห็น ได้แก่ งานจิตรกรรมหรือการวาดภาพระบายสี งานประติมากรรมหรือ
งานปั้นแกะสลัก และงานสถาปัตยกรรม หรืองานออกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ ที่มีรูปแบบเป็นศิลปะประจำชาติ สร้างสรรค์ตามคตินิยมและตามประเพณีวัฒนธรรมไทย และวิวัฒนาการมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

เอกลักษณ์สำคัญของทัศนศิลป์ไทย

            ทัศนศิลป์ไทยนับว่าเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์ โดยสร้างสรรค์จากอุดมคติ หรือนามธรรม มาสู่ความจริงตามธรรมชาติ ส่วน
ศิลปะสากล
จะสร้างสรรค์จากธรรมชาติมาสู่อุดมคติ

            งานทัศนศิลป์ไทยมีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ มีคุณค่าทางความงาม และจิตใจ ดังนี้

1.            คุณค่าและความงามของจิตรกรรมไทย

งานจิตรกรรมไทย (Thai Painting) เป็นการเขียนภาพระบายสีตามแบบไทย ได้แก่ การเขียนลวดลายไทย การระบายสี และการปิดทองในภาพเขียนเกี่ยวกับวรรณคดี พุทธประวัติ ภาพชาดก และภาพประวัติศาสตร์โดยสร้างสรรค์ลงในสมุดไทย ตกแต่งฉากไม้ลับแล ประตู หน้าต่างและงานจิตรกรรมฝาผนัง ตลอดจนการเขียนลวดลายปิดทองตู้พระธรรม ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้วยคุณค่าและความงามดังนี้

1.1  เป็นภาพแบนเรียบแบบสองมิติ

        งานจิตรกรรมไทยเก่าแก่นิยมให้สีแบนเรียบไม่มีแสงเงาหรือความตื้นลึก เป็นลักษณะ 2 มิติ มุ่งเน้นความงามจากการตัดเส้นที่อ่อนช้อย และการใช้สี แสดงให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือของช่างไทยที่มีความประณีตงดงาม เปี่ยมด้วยสมาธิที่มั่นคง และจิตใจอันละเอียดอ่อน ดังนั้นผู้ที่จะฝึกหัดสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทย จะต้องฝึกสมาธิให้แน่วแน่ และฝึกเขียนลายเส้นให้อ่อนช้อย แต่มีความเด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจ ดังคำกล่าวที่ว่า “คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น”

 

 

 

4-6

 

งานจิตรกรรมลวดลายไทย ปิดทองรดน้ำ บานประตูพระอุโบสถ วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร

 

1.2       แสดงความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วยสี

การเขียนภาพจิตรกรรมไทย ใช้สีเป็นสัญลักษณ์ของตัวละครในวรรณคดีไทย ซึ่งมักจะมีรูปร่างหน้าตาและเครื่องแต่งกายคล้ายๆ กัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถจดจำตัวละครได้ง่ายขึ้น สีที่ใช้ เช่น สีเขียวเป็นผิวกายของพระราม สีเหลืองเป็นสีผิวกายของพระลักษณ์ สีขาวเป็นสีผิวกายของหนุมาน และสีแดงเป็นสีผิวกายของสุครีพ

 

 

1.3  แสดงจุดเด่นโดยไม่คำนึงถึงสัดส่วน

เนื่องจากงานจิตรกรรมไทย ได้ถ่ายทอดรูปแบบจากเรื่องราวในวรรณคดี ที่ตัวละครสำคัญจะมีอิทธิฤทธิมาก และงานทัศนศิลป์ไทย ก็มีลักษณะเป็นอุดมคติเหนือความเป็นจริง ดังนั้นภาพที่ปรากฏในงานจิตรกรรมไทย จึงแสดงจุดเด่น หรือตัวละครสำคัญให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เช่น ภาพหนุมานในวรรณคดี เรื่องรามเกียรติ์ เป็นต้น

 

ภาพ4

 

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ ตอน หนุมานขยายกายให้ใหญ่โต เพื่อเป็นสะพานให้กองทัพพระ

พรตข้ามมหาสมุทรกลับกรุงศรีอยุธยาทวาราวดี

 

1.4  เป็นภาพแบบเล่าเรื่อง

งานจิตรกรรมไทยส่วนใหญ่ จะเขียนภาพแสดงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดี นิทานชาดกหรือพุทธประวัติ จึงจำเป็นต้องเขียนแบบภาพเล่าเรื่อง มีตัวละคร มีอาคารสถาปัตยกรรม มีธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และมีชีวิตความเป็นอยู่ตามเรื่องราว และนำภาพมาเรียงลำดับต่อเนื่องกัน เช่น งานจิตรกรรมไทยเรื่อง รามเกียรติ์ประดับรอบระเบียงพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น

 

ภาพ1

 

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ประดับรอบระเบียงพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 

1.5  เป็นภาพแบบมองจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หรือ “ตานกมอง”

งานจิตรกรรมไทยที่แสดง เรื่อง วิถีชีวิต และทัศนียภาพ เป็นอาคารบ้านเรือนต่างๆ หากเขียนภาพโดยปกติ ก็จะทับซ้อนหรือบังกัน ทำให้แสดงเนื้อหา และเรื่องราวได้น้อย แต่ช่างเขียนไทย ก็มีวิธีการอันชาญฉลาด ด้วยการเขียนภาพ ในลักษณะมองจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ หรือเรียกว่า “ภาพแบบตานกมอง” (Bird’s – Eye View) ทำให้สามารถมองเห็นภาพเรื่องราวได้อย่างกว้างขวาง

 

 

2.            คุณค่าและความงามของประติมากรรมไทย

งานประติมากรรมไทย (Thai Sculpture) เป็นการปั้น การหล่อ การแกะ การสลักหรือจำหลักตามแบบไทย ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะสามมิติ ส่วนใหญ่เป็นการปั้นและหล่อพระพุทธรูป และการแกะสลักลวดลายไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านคุณค่า และความงามดังนี้

2.1  ไม่นิยมปั้นหรือแกะสลักรูปคนเหมือน

คนไทยตั้งแต่โบราณกาล มีคตินิยมไม่มีการสร้างรูปคนเหมือน เพราะเกรงว่าจะเป็นการลบหลู่บุคคล ที่ตนเคารพนับถือ ดังนั้นจึงไม่มีพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทย ที่เป็นงานประติมากรรมไทย แต่จะสร้างพระพุทธรูปฉลองพระองค์ขึ้นมาแทน แม้ในเวลาต่อมา จะได้มีการสร้างงานประติมากรรม ที่เป็นพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ เช่น อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 เป็นต้น แต่ก็เป็นงานทัศนศิลป์แบบสากลที่เน้นความเหมือนจริง มิใช่ตามแบบอุดมคติของไทย

 

รูปม

 

พระพุทธรูปฉลองพระองค์บุทองคำ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

 

2.2  ไม่แสดงความแตกต่างของลักษณะผิว

งานประติมากรรมไทยเป็นงานประณีตศิลป์ เน้นการแสดงออกทางด้านจิตใจ ดังนั้นผลงานจึงมีความพิถีพิถันในการขัดแต่งพื้นผิวให้เรียบเนียน เกลี้ยงเกลา มากกว่าที่จะปล่อยลักษณะผิว (Texture) หรือพื้นผิวให้เป็นลักษณะที่ขรุขระ หรือหยาบกระด้าง ทำให้เกิดคุณค่าทางความงามจากความเรียบง่าย สงบนิ่ง ความอ่อนช้อย คดโค้งของลวดลายและรูปทรง รวมทั้งความงามที่เกิดจากการตัดกัน ระหว่างรูปกับพื้นซึ่งเรียกว่า “ช่องไฟ”

 

ภาพ1

 

ภาพตัวอย่างงานประติมากรรมไทย ที่สร้างสรรค์ลักษณะผิวได้เรียบเนียน เกลี้ยงเกลา

 

2.3  ไม่แสดงกล้ามเนื้อในรูปคนและสัตว์

ดังที่กล่าวแล้วว่า งานทัศนศิลป์ไทยสร้างสรรค์ จากอุดมคติมาหาความเป็นจริง กล่าวคือ ใช้ความเชื่อและความศรัทธาเป็นแนวทาง แล้วจึงนำธรรมชาติ และความจริงมาดัดแปลงสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับอุดมคตินั้นๆ ตัวอย่างเช่น งานประติมากรรมไทยไม่นิยมแสดงกล้ามเนื้อ กระดูกและเอ็นให้เห็นในลักษณะเป็นธรรมชาติ แต่จะแสดงความงามตามอุดมคติ คือ ความเกลี้ยงเกลา กลมกลึงและอ่อนช้อย ซึ่งเป็นความงามที่เหนือกว่าธรรมชาติ แม้ว่างานประติมากรรมไทย จะไม่ยึดถือหลักกายวิภาค แต่ประติมากรรมไทยก็สามารถปั้น และแกะสลักให้ได้รูปทรงที่มีสัดส่วนงดงาม กลมกลืนและมีความพอดีอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งนักวิจารณ์งานศิลปะตะวันตกต่างยอมรับว่า งานประติมากรรมมีสัดส่วนที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เช่น พระพุทธรูป ซึ่งปั้นตามความเชื่อจากคัมภีร์ลักษณะมหาบุรุษ แสดงออกถึงความสงบนิ่ง และความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง จึงเป็นที่เคารพเลื่อมใส และศรัทธาให้ชาวพุทธได้สักการะบูชา ตราบจนถึงทุกวันนี้

 

4-20

 

ภาพพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร

จังหวัดพิษณุโลก เป็นงานประติมากรรมไทยที่มีความงดงาม น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่ง

 

2.4  เป็นงานที่สร้างสรรค์เพื่อการประดับตกแต่ง

งานประติมากรรมไทย ส่วนใหญ่จะสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อใช้ในการประดับตกแต่งงานประติมากรรมด้วยกัน และประดับอาคารสถาปัตยกรรมไทย ให้มีคุณค่าทางความงาม และเป็นที่น่าเคารพสักการะยิ่งขึ้น มักประดับบนฐานของพระพุทธรูป ตกแต่งซุ้มบานประตู หน้าต่าง ผนังของโบสถ์วิหาร สถูป เจดีย์ ฯลฯ

 

ภาพ4

 

ภาพปั้นลวดลายไทย ประดับฝาผนัง อาคารสถาปัตยกรรมไทย

 

3.            คุณค่าและความงามของสถาปัตยกรรมไทย

งานสถาปัตยกรรมไทย (Thai Architecture) เป็นการออกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ได้แก่ เรือนไทย วัดโบสถ์ วิหาร สถูป เจดีย์ กุฏิ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง หอไตร นอกจากนี้ ยังสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เช่น ปราสาทพระราชวัง พระที่นั่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไทยที่ควรได้เรียนรู้ถึงคุณค่า และความงาม ดังนี้

3.1  นิยมสร้างเป็นอาคารชั้นเดียว

การสร้างบ้านหรือเรือนของคนไทยนั้น นิยมสร้างเป็นอาคารชั้นเดียว และยกพื้นให้สูงจากระดับพื้นดิน อย่างน้อยให้คนเดินลอดได้ เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้าน เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ซึ่งมีเป็นประจำทุกปี ช่วยให้มีลมพัดโกรกผ่านใต้ถุนเรือน ช่วยระบายความอับชื้น ทำให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์และเย็นสบาย นอกจากนี้ใต้ถุนเรือน ยังใช้เป็นที่ทำกิจกรรมตามประเพณี หรือเลี้ยงลูกหลาน ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างปลอดภัย ภายใต้ร่มไม้ชายคาเดียวกัน

020

 

คุ้มขุนแผน  เรือนไทยที่สร้างเป็นอาคารชั้นเดียว และยกพื้นสูง

 

3.2  มีโครงสร้างง่ายๆ และเปิดเผย

งานสถาปัตยกรรมไทยโบราณ นิยมสร้างด้วยไม้และใช้วัสดุจากธรรมชาติ โดยมีโครงสร้างอย่างง่ายๆ และเปิดเผยไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนพื้นบ้าน ส่วนผนังบ้าน และส่วนหลังคาบ้าน โดยเฉพาะส่วนหลังคา เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมที่มีความสมดุล ประกอบด้วย ขื่อ แป อกไก่ และจันทัพ ที่สามารถนำมาประกอบเชื่อมประสานกันได้อย่างกลมกลืน ส่วนประกอบของเรือนไทยเหล่านี้เป็นลักษณะที่เปิดเผย สามารถมองเห็นได้สะดวกในการเรียนรู้และจดจำ สามารถนำไปก่อสร้างหรือประกอบขึ้นได้ ภายในเวลาเพียงวันเดียวหรือสองวัน หากมีอุปกรณ์พร้อม มีช่างและแรงงานเพียงพอ

 

018

 

โครงสร้างของเรือนไทยที่เรียบง่ายและเปิดเผย

 

 

   

     3.3  มีหลังคาทรงสูง และมีกันสาดยื่นออกมา

      ดังที่กล่าวมาแล้ว อาคารสถาปัตยกรรมจะมีหลังคาเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือหลังคาทรงสูง ซึ่งมีพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท และช่วยระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของเมืองไทยค่อนข้างร้อนอบอ้าว เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ช่างไทยมีภูมิปัญญาที่ฉลาดลึกซึ้ง เพราะหลังคาทรงสูงจะมีร่มเงาเกิดขึ้นบริเวณตัวบ้านและพื้นดินรอบๆ บ้าน ไม่ต้องรับแสงแดดทั้งหลังอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้เมื่อถึงฤดูฝน ก็จะช่วยให้น้ำฝนไหลเทจากหลังคาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกันสาดที่ยื่นออกมา ก็เพื่อป้องกันฝนสาดผนังบ้าน หรือเข้ามาทางหน้าต่างและยังช่วยบังแดดได้อีกด้วย ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยให้เรือนไทยนั้นน่าอยู่ มีแต่ความสงบร่มเย็น หากผสมผสานกับความมีน้ำใจของคนไทยด้วยแล้ว สังคมไทยก็จะมีแต่ความร่มเย็นและสันติสุข

 

002

 

หลังคาทรงสูง ช่วยทำให้น้ำฝนไหลเทจากหลังคาได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

3.4  สร้างหลังคาซ้อนกันหลายชั้น

      คตินิยมไทยแต่โบราณมีความเชื่อ ในเรื่องนรกและสวรรค์ และการจะไปสู่สวรรค์ได้ต้องมีฉัตรซ้อนกันหลายๆ ชั้น เพื่อนำพาไปสู่สวรรค์หรือความสุขที่แท้จริงได้ และเชื่อกันว่าการอาศัยอยู่ภายใต้หลังคา หรือร่มฉัตรที่ซ้อนกันหลายๆ ชั้นนั้น นับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง ดังนั้น อาคารสถาปัตยกรรมไทย จึงมีการสร้างหลังคา ให้ซ้อนกันหลายชั้น โดยเฉพาะการสร้างพระที่นั่ง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และยังมีคุณค่าทางความงาม ในการจัดองค์ประกอบศิลป์อย่างมีเชิงชั้น มีจังหวะลีลาที่ลดหลั่นกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางด้านวิศวกรรม ยังช่วยให้การรับน้ำหนักของหลังคามีความสมดุลและมั่นคง เพราะหลังคาแต่ละชั้น จะช่วยถ่ายน้ำหนักซึ่งกัน และกัน ไม่ทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดรับน้ำหนักมากจนเกินไป

            กล่าวโดยสรุป จะเห็นได้ว่า งานทัศนศิลป์ไทย มีคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งรูปแบบ และความงามซึ่งหาชมได้ยากในงานศิลปะของชาติอื่นใด ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการสร้างสรรค์ด้วยอุดมคติ อันมีความรักและศรัทธาเป็นรากฐาน นำมาสู่ความจริงในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความงดงาม ของลวดลายที่อ่อนช้อยในงานจิตรกรรมไทย ความงามอันสงบ น่าศรัทธายิ่งของพระพุทธรูปในงานประติมากรรมไทย และความงามสง่าด้วยเชิงชั้นของหลังคาทรงไทย ในงานสถาปัตยกรรมไทย ล้วนเป็นคุณค่า ที่ซึมซับอยู่ในวิถีชีวิตไทยมาเนิ่นนานนับพันปี หากเราได้นำมาศึกษาวิเคราะห์และชื่นชม ก็จะมองเห็นคุณค่าทางความงามที่เรียกว่า เกิด "สุนทรียภาพ" (Aesthetic) นำมาสู่การอนุรักษ์สืบสาร ให้งานทัศนศิลป์ไทยดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยไปชั่วกาลนาน

 

 


    << Go Back