![]() |
การชมการแสดงนาฏศิลป์และการละคร ผู้ชมจะสามารถชื่นชมรับรู้ความงดงามและคุณค่าทางศิลปะได้นั้น ผู้ชมต้องศึกษาหลักการทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความรู้ สติปัญญา แนวคิด สามารถประเมินคุณภาพและวิพากษ์วิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และการละครได้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สร้างงานนาฏศิลป์และการละคร ได้มองเห็นข้อดี ข้อเสีย ของผลงานการแสดง เพื่อจะได้พัฒนาคุณภาพของงานให้มีมาตรฐาน มีคุณค่าควรแก่การเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป
นักเรียนชอบดูนาฏศิลป์และละครหรือไม่ เพราะเหตุใด หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และการละคร
มีความรู้ในการชมการแสดง ที่เรียกว่าดูเป็น ฟังบทเพลงและภาษาของการแสดงต่างๆได้ด้วยความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องที่ชมได้อย่างสร้างสรรค์มีมรรยาทในการชมการแสดงโดยปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด และการชมการแสดงต้องไม่ส่งเสียงรบกวนผู้ชมท่านอื่น งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ชมการแสดงนาฏศิลป์และละครผู้ชมควร ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการแสดง เพื่อจะได้รับความสนุกสนานแลความรู้ในการรับชม ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เหมาะสม กับสถานที่ที่ใช้ในการแสดง เช่นหอประชุม
2.1 หลักเกณฑ์ที่ควรนำมาใช้ใน การประเมินคุณภาพการแสดง (1) การนำเสนอการแสดงต้องชัดเจนว่าเป็นเรื่องประเภทใด ชนิดของการแสดงเป็นแนวอนุรักษ์หรือสร้างสรรค์ (2) นักแสดงมีเอกลักษณ์ในการเคลื่อนไหวร่างกาย มีการจัดระเบียบของร่างกาย ท่าทางถูกต้องตามแบบแผนของการแสดงชุดที่นำมาเสนอมากน้อยเพียงใด (3) ลักษณะการแสดงมีความงาม ทั้งในระดับพื้นฐานและมาตรฐาน * ความงามระดับพื้นฐาน ได้แก่ ความประณีตบรรจง ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ความถูกต้องชัดเจน ผสมกลมกลืนกันอย่างเหมาะสม * ความงามระดับมาตรฐาน เป็นความงามในระดับวิชาชีพที่ได้รับการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ คือความสมดุล ความกลมกลืน ความได้สัดส่วน ความเป็นเอกภาพ จังหวะ และการเคลื่อนไหวร่างกายมีความถูกต้องชัดเจน (4) ผลงานควรมีประโยชน์ ให้คุณค่าต่อสังคม ทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ และจิตใจ * ด้านสติปัญญา * ด้านอารมณ์ การแสดงควรมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ความบันเทิง เพื่อผ่อนคลายความเครียดของอารมณ์ เป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อหน่าย ทำให้ผู้ชมมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และมีความตื่นตัวในการดำเนินชีวิต * ด้านจิตใจ การแสดงควรมีคุณภาพในด้านที่ช่วยจรรโลงจิตใจหรือช่วยยกระดับ พัฒนาจิตใจของผู้ชมให้สูงขึ้น กล่าวคือ ช่วยทำให้ผู้ชมได้รับแง่คิด เกิดมุมมองใหม่ เกิดความรู้สึก อยากกระทำในสิ่งที่ดีงามตามข้อคิดที่นำเสนอผ่านการแสดงนั้นๆ 2.2 คุณภาพด้านองค์ประกอบการแสดง คุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง ประเมินจากสิ่งต่อไปนี้ (1) เครื่องประกอบการแสดงบนเวที (Prop Crew) เช่นอุปกรณ์ประกอบฉาก และ อุปกรณ์ประกอบการแสดงอื่นๆ เครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องประดับถูกต้องตามแบบแผน ตามยุคสมัย (2) ระบบเสียงและอุปกรณ์เสียง (Sound Crew) ระบบเสียงชัดเจน ไม่มีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขึ้นขณะมีการแสดง (3) เครื่องแต่งกาย (4) คุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง สะท้อนให้เห็นความสามารถของ ผู้จัดการแสดงว่า มีความรู้ในเรื่องของศิลปะเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นงานด้านฝีมือ งานด้านเทคนิคและอื่นๆผสมกลมกลืนกันเป็นอย่างดี ทำให้งานแสดงมีคุณภาพ 2.3 หลักการประเมินการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์เป็นศิลปะการแสดงแขนงหนึ่ง ที่ใช้การเคลื่อนไหวและการจัดระเบียบร่างกายของมนุษย์อย่างมีจังหวะ ลีลา ทำให้เกิดภาษาท่าทางที่สามารถสื่อความหมายแทนภาษาพูด การแสดงนากศิลป์ทุกชาติมีจุดกำเนิดมาจากแรงบันดาลใจในการจัดการแสดง เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของแต่ละชาติแต่ละท้องถิ่น มีทั้งนาฏศิลป์ระดับพื้นบ้านและระดับมาตรฐาน การประเมินการแสดงนาฏศิลป์นั้น ประเมินจากองค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์ดังต่อไปนี้ 1. ลีลาในการเคลื่อนไหวถูกต้องตามแบบแผน • นำหลักแห่งความสมดุลมาใช้ในงานนาฏศิลป์ โดยใช้เวทีเป็นจุดศูนย์กลาง ตำแหน่งของผู้แสดงควรจะอยู่แต่ละซีกของเวที ให้มีสัดส่วนจำนวนเท่ากัน ไม่ควรไปรวมกลุ่มอยู่ด้านใดด้านหนึ่งจนมาก • มีการเคลื่อนไหว การแปรแถวมีความหลากหลายไม่น่าเบื่อ เช่น การรวมกัน เป็นวงกลม การเข้าหาผู้ชม การถอยห่าง การตั้งแถวทแยงมุม ตั้งแถวหน้ากระดาน การฉวัดเฉวียน สลับฟันปลา ยกสูง การกดต่ำ การจัดระดับของสรีระ เช่น ท่าสูง ท่าต่ำ นั่งคุกเข่า การตั้งซุ้ม การจัดกลุ่มของนักแสดง เป็นต้น
2. ดนตรี 3. หลักการวิจารณ์ การแสดงนาฏศิลป์และการละคร การวิจารณ์ เป็นเรื่องของการใช้ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ 3.1 คุณสมบัติของผู้วิจารณ์ ผู้วิจารณ์งานศิลปะที่ดีจะต้องเป็นผู้มีความศรัทธา มีความรักในศิลปะแขนงนี้ มี 1. มีความรู้เป็นอย่างดีในศิลปะการแสดงสาขาที่วิจารณ์ ผู้วิจารณ์จะต้องมี ความรู้เกี่ยวกับลักษณะ ประเภท และรูปแบบในการแสดงแต่ละประเภทเป็นอย่างดี และมีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ในศาสตร์สาขาต่างๆที่หลอมรวมเป็นองค์ประกอบ ของงานที่วิจารณ์ 2. มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานศิลปะทุกแขนง ผู้วิจารณ์ที่ดีจะต้องมีความ สนใจกระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้ติดตามกระแสความเคลื่อนไหวของศิลปะทุกแขนง ไม่ใช่สนใจเฉพาะสาขาที่ตนมีความรู้เท่านั้น ผู้วิจารณ์จึงต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล 3. มีการซึมซับรับรู้ศิลปะทางนาฏศิลป์ เป็นนักดู นักชม สั่งสมประสบการณ์ มาพอสมควร และถ้าสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ได้โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในการวิจารณ์งานแสดงต่างๆ ก็จะช่วยพัฒนาทักษะความคิด และ การมองให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น 4. มีความสามารถในการสื่อสาร ผู้วิจารณ์จะต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับ เรื่องราวของศิลปะการแสดงในอดีต โดยนำความรู้ประสบการณ์ทางด้านการแสดงมาบูรณาการกับศิลปวิจารณ์ และประวัติศาสตร์ศิลป์เพื่อสร้างศักยภาพในการเข้าถึงปรัชญาทางศิลปะ เพราะการเรียนรู้ศิลปะในอดีตจะ ทำให้ทราบถึงภูมิปัญญาของปรมาจารย์ เทคนิค กลวิธี และแบบอย่างศิลปะ ซึ่งจะช่วยสร้างทักษะในการวิเคราะห์ วิจารณ์ ฝึกให้เป็นผู้ที่มีประสาทสัมผัสในเชิงวิเคราะห์ มีความคิดฉับไว มีสติปัญญาในการตัดสิน ประเมินค่าทางด้านสุนทรียะของผลงานการแสดง ซึ่งบุคคลที่มีความรอบรู้ในศิลปะการแสดงเป็นอย่างดี ย่อมจะสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด แยกแยะข้อดีและข้อเสียอธิบายเหตุผลให้ผู้อื่นเข้าใจได้ชัดเจนกว่าผู้ที่ไม่มีความรู้ในด้านนี้อย่างลึกซึ้ง 3.2หลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละคร 1) หลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์ การวิจารณ์ผลงานการแสดงนาฏศิลป์ตามทฤษฎีการวิจารณ์อย่างสุนทรีย์ของ ลาล์ฟ สมิธ (Ralph Smith) ได้บูรณาการระหว่างสุนทรียศาสตร์และศิลปะวิจารณ์เข้าด้วยกัน โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1.1) การบรรยาย เป็นการพูดหรือเขียนถึงการรับรู้สิ่งที่เห็นและรู้สึก รวมทั้งการรับรู้คุณสมบัติต่างๆ ของการแสดง ซึ่งผู้วิจารณ์สามารถบรรยายหรือแจกแจงถึงส่วนประกอบต่างๆทั้งในลักษณะที่เชื่อมโยงหลักเกณฑ์ศิลปะสาขาต่างๆเข้าด้วยกันหรือ แยกเป็นส่วนๆก็ได้ 1.2) การวิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆ ในผลงานการแสดงนากศิลป์ไทย ได้แก่ (1) รูปแบบของนาฏศิลป์ไทย (Form and Shape) มีหลายรูปแบบจึงต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งที่เป็นนาฏศิลป์แบบมาตรฐาน และนาฏศิลป์พื้นบ้าน ระบำ รำ ฟ้อน ละคร โขน หรือลักษณะการแสดง รำเดี่ยว
(2) ความเป็นเอกภาพ (Unity) ของนาฏศิลป์ไทย การแสดงนาฏศิลป์ไทยชุดหนึ่งๆนั้น ผู้แสดงจะต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่นการแสดงละครรำ ผู้แสดงทุกคนต้องมีลีลาในการร่ายรำให้เหมาะสมกับการแสดงแต่ละประเภท เช่น ละครชาตรี ผู้แสดงทุกคนจะต้องรำแบบละครชาตรี หากเป็นการรำแบบละครใน ผู้แสดงทุกคนจะต้องรำแบบละครใน หากเป็นการแสดงระบำรำฟ้อน ทุกคนจะต้องมีลีลาท่ารำแบบระบำ หรือฟ้อน เหมือนกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นต้น (3) ความงดงามของการร่ายรำ และองค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ความถูกต้อง ตามแบบแผนท่ารำ แม่ท่า ลีลาท่าเชื่อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ท่ารำ ความสามารถในการำ ฝีมือในการรำ รำดี รำงาม มีความอ่อนช้อย คล่องแคล่ว สง่างาม มีลักษณะพิเศษในท่วงท่าลีลา และมีเทคนิคเฉพาะตัวผู้รำ การแสดงนาฏศิลป์ของศิลปินประเภทระบำที่มีการร่ายรำที่พร้อมเพรียงของผู้แสดง
2) หลักการวิจารณ์การแสดงละคร หลักเกณฑ์ในการวิจารณ์ละครและมาตรฐานของละคร ผู้วิจารณ์ต้องเข้าใจว่าสุนทรียะของศิลปะประเภทอื่นๆซึ่งขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ชมแต่ละสมัยในการยอมรับว่าอะไรดีหรืองาม สิ่งที่ผู้วิจารณ์ควรยึดถือเป็นแนวทางในการวิจารณ์ ดังนี้ 2.1) โครงเรื่อง (Plot) หมายถึงโครงสร้างของละครทั้งเรื่อง แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนต้น เป็นการปูพื้นให้ผู้ชมทราบเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ การกระทำของตัวละคร ตอนกลาง จะมีการสร้างอุปสรรค ความขัดแย้ง ทำให้ตัวละครเอกเกิดปัญหาถึงถึงจุดวิกฤต (Crises) และดำเนินต่อไปจนถึงขั้นแตกหัก (Climax) และค่อยๆคลี่คลายปัญหาในตอนปลายของเรื่องซึ่งนำไปสู่การอวสาน การวิจารณ์โครงเรื่องมีข้อที่ควรพิจารณา ดังนี้ 1. เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในละคร ชัดเจนหรือไม่ 2. เหตุการณ์ที่จะนำไปสู่จุดวิกฤตเข้มขั้นเพียงพอหรือไม่ เร้าอารมณ์ผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน 3. การจบของเรื่องเหมาะสมหรือไม่ถ้าไม่เหมาะสมควรจะจบอย่างไร 4. ละครเรื่องนี้น่าสนใจชวนติดตามตลอดเรื่องหรือไม่ 5. สิ่งใดที่ทำให้เรื่องมีความน่าสนใจมากที่สุด เช่น โครงเรื่อง ตัวละครหรือบทบาทของตัวละคร 2.2) ตัวละคร (Character) บทบาทตัวละคร(Role) และการสร้างตัวละคร(Characterization) ตัวละครเป็นผู้สร้างและดำเนินเหตุการณ์ไปตามโครงเรื่องโดยใช้บทเจรจา การกระทำและพฤติกรรมซึ่งสอดคล้องกับบุคลิกลักษณะของตัวละครแต่ละตัว บทบาทของตัวละครจะต้องแสดงให้เหมาะสมกับลักษณะของตัวละครนั้นๆ ได้แก่ บุคลิกลักษณะ ฐานะความเป็นอยู่ทางสังคม ภาษาที่ตัวละครพูด กิริยา มารยาท ทัศนคติของตัวละครที่มีต่อตัวเอง ผู้อื่นและโลกภายนอก การวิจารณ์ตัวละครมีข้อที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. การสร้างบุคลิกลักษณะของตัวละครมีชีวิตจิตใจคล้ายมนุษย์จริงหรือไม่ 2. ตัวละครสามารถดึงดูดให้ผู้ชมมีอารมณ์คล้อยตามได้มากน้องเพียงใด 3. ตัวละครสามารถแสดงได้สมบทบาทเพียงใด ตีบทแตกหรือไม่ 2.3) แนวความคิดที่เป็นแก่นของเรื่อง (Theme) จุดประสงค์การวางแนวคิดของเรื่องก็เพื่อให้เนื้อเรื่องน่าสนใจ แม้ว่าละครจะเป็นเพียงเรื่องที่สมมุติขึ้น แต่ส่วนใหญ่มีเค้ามาจากความจริง ผู้ประพันธ์บทละครจะต้องมีแนวคิด ว่าจะทำให้ละครดำเนินไปสู่จุดหมายได้อย่างไร แนวคิดของละครมีหลายแนว เช่นเพื่อความบันเทิง สะท้อนปัญหาชีวิต ปัญหาสังคม เป็นต้น ข้อที่ควรพิจารณาในการวิจารณ์ มีดังนี้ 1. ดูละครแล้วได้ประสบการณ์ แนวคิด ปรัชญาอะไรบ้าง 2. เห็นด้วยกับปรัชญา แนวคิดของเรื่องหรือไม่ 3. แนวคิดที่ได้จากการชมละครเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้หรือไม่ 4. บทเจรจาของตัวละคร มีคติ คำคมที่น่าจดจำบ้างหรือไม่ 5. เนื้อเรื่อง ฉาก ตัวละครมีความเหมาะสมสอดคล้องกันหรือไม่ 2.4) ภาพที่เห็น (Spectacle) หมายถึง ฉาก การแสดง และทัศนองค์ประกอบต่างๆต้องสอดคล้องกับตัวละคร สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม สร้างอารมณ์ที่สอดคล้องและเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล ช่วยเสริมให้การดำเนินเรื่องน่าสนใจและการแสดงบทบาทของตัวละครมีความสมจริง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึง ทัศนองค์ประกอบ ต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงสิ่งที่ผู้ชมรับรู้ได้ด้วยสายตา อันได้แก่ นาฏการของผู้แสดง(Movement or Action) ฉากอุปการณ์ประกอบฉาก (Scene and Props) เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า(Costume and Make up) แสงสี (Lighting) และเทคนิคพิเศษ(Special Effect) ข้อที่ควรนำมาพิจารณาในการวิจารณ์ มีดังนี้ 1. ทัศนองค์ประกอบต่างๆ สอดคล้องกับตัวละคร สร้างอารมณ์ สร้างบรรยากาศได้สมเหตุสมผลหรือไม่ 2. ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า ถูกต้องตามเนื้อเรื่องและเหมาะสมกับยุคสมัยหรือไม่ 3. ฉาก และทัศนองค์ประกอบช่วยให้การแสดงละครสื่อความหมายได้สมจริงหรือไม่ การแสดงน่าตื่นเต้น มีชีวิตชีวา ชวนให้น่าติดตามโดยตลอดหรือน่าเบื่อหน่าย 4. ตัวละครตีบทแตกหรือไม่ ตัวละครแสดงได้เป็นธรรมชาติจากความรู้สึกภายในหรือเป็นการกระทำที่จงใจเสแสร้งแกล้งทำ 5. ผู้แสดงสามารถทำให้ผู้ชมละครเกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ได้ตามความมุ่งหมายของบทละครหรือไม่ ผู้วิจารณ์ละครที่ดี นอกจากจะมีความรู้อย่างลึกซึ้งในรูปแบบการแสดงแต่ละประเภท เข้าใจองค์ประกอบต่างๆ อันเป็นพื้นฐานในการวิจารณ์ที่ถูกต้อง สมเหตุสมผลแล้ว ควรจะมีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ที่หลอมรวมเป็นองค์ประกอบของผลงานการละครเป็นอย่างดีด้วย
ฉากและการแสดงของตัวละครที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องเพื่อให้เกิดความสมจริง สร้างอารมณ์ให้กับผู้ชม
|