<< Go Back
ปัญหาพฤติกรรมทางเพศของเยาวชน เป็นปัญหาสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ปัจจัยต่างๆ มีอิทธิต่อพฤติกรรมทางเพศของเยาวชนในปัจจุบันเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ อิทธิพลจากครอบครัว เพื่อน สังคม และ วัฒนธรรม นักเรียนจึงควรเรียนรู้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่มีอิทธิพลทางเพศเพื่อจะได้ปฏิบัติอย่างเหมาะสม ไม่ถูกชักนำไปในทางที่ไม่ถูกต้องซึ่งจะเป็นผลเสียของอนาคตของตนเอง


       
ครอบครัวประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก ซึ่งเป็นสถาบันแรกที่เราได้รับการอบรมเลี้ยงดู และได้รับความรู้ต่างๆ จากพ่อแม่และบุคคลในครอบครัวสมาชิกในครอบครัว มีส่วนช่วยในการสร้างครอบครัวให้อบอุ่น นักเรียนสามารถเรียนรู้และแสดงออกพฤติกรรมทางเพศได้อย่างเหมาะสมได้ตั้งแต่การใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัว เช่น พูดจากับบุคคลในครอบครัวด้วยถ้อยคำสุภาพไพเราะ ช่วยเหลือผู้ปกครองตามบทบาททางเพศของตน เช่น นักเรียนหญิงอาจจะช่วยผู้ปกครองในงานบ้านดูแลครอบครัว ในขณะที่ทำกิจกรรมหนักซึ่งพี่สาวหรือน้องสาวทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีเท่า เช่นการเคลื่อนย้ายของหนัก ปลูกต้นไม้ทำความสะอาดสนาม เป็นต้น

        เพื่อนเป็นคนที่ชอบคอรักใคร่ซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันหรือใกล้เคียงกับเรา มีรสนิยมหรือสนใจในเรื่องต่างๆ เหมือนกัน เพื่อนจึงมีอิทธิพลอย่างมากทั้งบวกและลบนักเรียนควรคบเพื่อนที่ดี เพื่อชวนกันทำกิจกรรมที่ดีๆ มีประโยชน์ เช่น ใส่ใจในการเรียน ช่วยเหลือผู้อื่น อยู่กรอบระเบียบที่ดีในสังคม มีความประพฤติที่เหมะสมจะทำให้เรามีอนาคตที่ดีแต่คบคนไม่ดีมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เช่น ชอบหนีเรียน ชอบเที่ยวกลางคืน มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ผลที่ได้รับทำให้เกิดความเดือดร้อนกับตนเองและครอบครัว สังคม และไม่มีอนาคต ดังนั้นนักเรียนควรเลือกคบเพื่อนที่ดี


       
ปัจจุบันสภาพสังคมไทยมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่เป็นสังคมเกษตรกรรมกลายเป็นสังคมเกษตร-อุตสาหกรรม ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ส่งผลให้วัยรุ่นบางคนอาจเห็นคุณค่าของวัตถุนิยมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมได้ เช่นการประพฤติตนเพื่อหวังของกำนัลราคาแพงจากเพศตรงข้าม นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลจากสื่อต่างๆ ก็ส่งผลให้ค่านิยมพฤติกรรมทางเพศเปลี่ยนไปจากเดิม แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะใช้วิจารณญาณในการประพฤติปฏิบัติตนทางเพศอย่างเหมาะสม ไม่ตกเป็นเหยื่อหรือถูกชี้นำด้วยอิทธิพลทางสังคมที่ไม่ถูกต้อง

        วัฒนธรรม  หมายถึง  แบบแผนความคิดและการกระทำที่แสดงออกถึงวิธีชีวิตของมนุษย์ในสังคมของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
        ในสังคมไทยวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศของคนสมัยก่อนไม่แสดงออกอย่างเด่นชัดเช่นปัจจุบัน  โดยเฉพาะพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่  เช่น ไม่แสดงความรักต่อกันสายตาของคนอื่น  คู่รักที่จะแต่งานกัน ควรได้รับการยินยอมเห็นชอบของผู้ใหญ่ปัจจุบันวัยรุ่นได้รับวัฒนธรรมหลากหลายจากกลุ่มต่างๆ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกผ่านสื่อต่างๆ  ซึ่งมีสิ่งเหมาะสมและไม่เหมาะสม เนื่องจากแบบแผนวัฒนธรรมของแต่ละสังคมอาจไม่เหมือนกัน สิ่งที่สังคมยึดถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามอาจไม่เหมาะสมในอีกสังคมหนึ่ง จึงควรรับและปรับให้เข้ากับสังคมของตน  เราจึงควรแสวงหาความรู้และคำแนะนำที่ผู้ใหญ่ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้  และซึมซับสิ่งที่ดีไว้  ทำให้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องในทางตรงข้าม  หากเลือกพฤติกรรมทางเพศที่ผิดๆ  ที่พบในสื่อบุคคลในสังคมแสดงให้เห็นหรือผ่านสื่อต่างๆ โดยขาดการไตร่ตรอง  ใช้วิจารณญาณที่ไม่ถูกต้องพิจารณาอีกทั้งไม่มีผู้ใหญ่ที่มีความคิดที่ถูกต้องแนะนำให้ความคิดเห็นที่ดีๆ  ก็จะทำให้วัยรุ่นรับวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทยประพฤติปฏิบัติได้

        

มนุษย์ถูกกำหนดโดนธรรมชาติให้เป็นเพศชายหรือเพศหญิง  บทบาทของเพศชายและเพศหญิง ที่สังคมกำหนดและคาดหวังอาจเหมือกันหรือแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม  และเงื่อนไขของแต่ละสังคม  ซึ่งเปลี่ยนไปตามสถานการณ์  เวลา  เช่นบทบาทของผู้ชายสมัยก่อน  คือ  บทบาทการเป็นผู้นำครอบครัว  เพศชายทำหน้าที่ประกอบอาชีพ  หรือ  ช้างเท้าหน้า  ในขณะผ่ายหญิงมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้าน  จัดเตรียมอาหาร  ดูแลบุตร  มีอำนาจการตัดสินใจน้อยกว่าฝ่ายชาย  หรือ  ช้างเท้าหลัง  แต่ในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปเพราะการเปลี่ยนแปลงสังคมยอมรับความเสมอภาคทั้งสองเพศมากขึ้น  และเห็นคุณค่าของทั้งสองเพศตามบทบาททางสังคมที่กำหนดไว้คือ
        เพศหญิงเป็นเพศที่อ่อนโยนคุณค่าของเพศหญิงอยู่มารยาท  น้ำใจและความดี  ซึ่งเป็นความงามที่แท้จริง  คุณค่าของหญิงไม่ได้อยู่ที่การแต่งกาย เครื่องประดับ  ดังนั้นเพศหญิงต้องรักษาคุณค่าของตัวเองไว้ไห้สมบูรณ์ควรค่าแก่การให้เกียรติ
เพศชายเป็นเพศที่เข้มแข็งคุณค่าของเพศชายอยู่ที่ความสุภาพมีมารยาท มีน้ำใจให้เกียรติและช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าคุณค่าของเพศชายไม่ได้อยู่ที่การใช้กำลังหรือออกแรง แม้ว่าบทบาทของเพศชายและเพศหญิงแตกต่างกันไป ตามความคาดหวังตามข้อกำหนดของสังคมแต่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง  คุณค่าของทั้งสองเพศเหมือนกันคือความดีที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง มิใช่จากรูปลักษณ์หรือประกอบภายนอกการปฏิบัติอย่างมีคุณค่าของเพศชายและเพศหญิงมีดังนี้
              1.มีความเมตากรุณาต่อผู้อื่น
              2.มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเอื้ออาทรต่อบุคคลอื่น
              3.ปฏิบัติตนในการช่วยเหลืองานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมด้วยความเต็มใจ
              4.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
              5.ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์             
       การปฏิบัติตนตามบทบาททางเพศของตน  จะช่วยจรรโลงสังคมให้เป็นสังคมที่หน้าอยู่  อย่างไรก็ตาม  ในปัจจุบันมีหลายประการที่ทำให้เกิดค่านิยมทาเพศที่เบี่ยงเบนทางเพศไป  นักเรียนจึงควรระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่านิยมทางเพศอย่างถ่องแท้   ดังตัวอย่างต่อไปนี้



 

       การมีคู่รักเป็นเรื่องปกติธรรมดาซึ่งธรรมชาติสร้างมาให้หญิงและชายคู่กัน เมื่อถึงวันอันสมควร  คือวัยเด็กที่ต้องศึกษาเล่าเรียนก็มีเพื่อนไว้เป็นที่ปรึกษาสนทนาในเรื่องเรียน ไปไหนไปด้วยกัน  คนทั่วไปเรียกว่าคู่รัก โดยไม่ทำตัวเสียหายหรือผิดศีลธรรมอยู่ในกรอบประเพณีแต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่มีงานทำ  มีหลักฐานมั่นคงแล้ว  คำว่ารักก็จะเปลี่ยนไปจากวัยเด็ก  ดังนั้นวัยเรียนการไม่มีคู่รักจึงไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นสิ่งดีเพราะมีสมาธิในการเรียนใช้เวลาในการเรียนได้เต็มที่

       การแต่งการตามค่านิยมหรือตามสมัยนิยมมีทั้งเหมาะสมและไม่เหมาะสม ผู้ที่แต่งกายสวยงาม   เหมาะสมกับรูปร่างและวัย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ การแต่งการที่เหมาะสมสวยงาม  หมายถึง  เลือกให้เหมาะสมกับคนใส่รูปร่างเหมาะสม  คนอ้วน  คนผอม  คนขาว  คนดำ  อายุมาก  เหมาะกับสถานที่  เช่น  งานวัด งานขึ้นบ้านใหม่  เหมาะกับเวลา  เช่น งานตอนเช้า  งานตอนบ่าย  งานตอนกลางคืน เป็นต้น  รวมทั้งการแต่งกายที่เหมาะสมต้องไม่เปิดเผยร่างกายจนเกินไปตามวัฒนธรรมของไทย
          1.การแต่งกายล่อแหลม  เป็นการแต่งกายผู้ที่ชอบตามสมัยหรือนำสมัย  เช่น  สวมใส่เสื้อผ้าสั้นเกินจำเป็น 
          2.สวมใส่เสื้อผ้าบาง
          3.สวมใส่เสื้อผ้าไม่ใส่ชุดชั้นใน
          4.สวมใส่เสื้อผ้าที่มีรู
          5.สวมใส่เสื้อเกาะอก
        การแต่งกายดังกล่าวโดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่ชอบเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตกหรือดารานักแสดง

        ในปัจจุบันวัยรุ่นมีการติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศในลักษณะของคู่รัก ซึ่งวันรุ่นบางรายการมีคู่รักนับเป็นปัญหา เพราะเป็นวันที่ต้องศึกษาเล่าเรียนต้องอาศัยพ่อแม่เป็นค่าเล่าเรียนค่าขนม นอกจากนี้ในการคบเพื่อนต่างเพศของวัยรุ่นบางคู่ อาจประพฤติตนเลียนแบบภาพยนตร์หรือการแสดงออกของวัยรุ่นตะวันตกกล่าวคือ  มีการแสดงความรักอย่างเปิดเผยในสาธารณะชน หรือการพบปะกันตามลำพังทำให้เกิดโอกาสเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  ดังนั้น  นักเรียนควรระมัดระวังไปสู่เหตูการณ์เสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเอง


       การเกิดอารมณ์หรือความรู้สึกทางเพศ  เป็นความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์จะเกิดเมื่อหญิงชายเข้าสู่วัยรุ่นเกิดเรื่องขับทางเพศ ที่เป็นสาเหตุที่เกิดความต้องการทางเพศ นอกจากนี้ธรรมชาติได้สร้างอารมณ์ของมนุษย์ เป็นวัยรุ่นที่กำลังอยากรู้อยากเห็นอยากทดลองสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ  สนใจชอบเลียนแบบผู้ใหญ่หรือคนมีชื่อเสียง จึงจำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้องจึงจะเกิดผลดีต่อสุขภาพถ้าไปทดลองหรือเรียนรู้อย่างผิดๆ  จะเป็นการดำเนินชีวิตและอนาคต  เช่น  เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ

       เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ  แต่ไม่ใช่เวลาและโอกาสที่ต้องเหมาะสมจะปลดปล่อยตามธรรมชาติได้ก็ต้องหาวิธีควบคุมตัวเอง  ดังนี้ 
           1.ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเรียนมากขึ้น
           2.ออกกำลังกายหรือทำงานที่ต้องออกแรง
           3.เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมนันทนาการ
           4.หลีกเลี่ยงการสนทนา
           5.หลีกเลี่ยงการอยู่กับเพศตรงข้าม
           6.ฝึกสมาธิหรือฟังธรรม


<< Go Back